ตู้เย็น 2 ประตู ยี่ห้อไหนดี

ตู้เย็น 2 ประตู ยี่ห้อไหนดี

Share on facebook
Share on twitter

สำหรับในปัจจุบันการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละอย่างถ้าหากไม่ได้ลองใช้งานด้วยตนเอง การอ่านรีวิวก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สามารถเลือกซื้อสินค้าที่ตรงต่อความต้องการได้มากที่สุด ยิ่งถ้าหากเป็นของที่ราคาสูงอย่างเช่นตู้เย็นซึ่งการซื้อในแต่ละครั้งจะต้องใช้งานเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน

ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องศึกษาข้อมูลต่างๆให้เป็นอย่างดีเพื่อให้ได้สินค้าที่ดีที่สุดและตอบโจทย์การใช้งานได้มากที่สุด ในบทความนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลสำคัญต่างๆเกี่ยวกับตู้เย็น 2 ประตูมาฝากทุกท่าน โดยเราจะไปเจาะลึกกันว่า ตู้เย็น 2 ประตู ยี่ห้อไหนดี ยี่ห้อไหนที่น่าสนใจโดยจะมีอะไรบ้างไปดูกันได้เลย

ตู้เย็น 2 ประตูที่ดีที่สุดโดยรวม

LG – Double Doors Refrigerator (GN-A702HLHU, 18.1 Cubic

ข้อดี

  • ระบบกระจายความเย็นรอบทิศ
  • ใช่งานร่วมกับแอพพลิเคชั่น ThinQ 
  • ประหยัดพลังงาน
  • เปิดตู้เย็นเฉพาะส่วน
ข้อข้อเสีย

  • ไม่มีระบบทำน้ำแข็งอัตโนมัติ

สำหรับตู้เย็น 2 ประตูที่มีคุณสมบัติโดยรวมดีที่สุดจะต้องยกให้กับตู้เย็นของยี่ห้อ LG รุ่น GN-A702HLHU ซึ่งตัวนี้จะสามารถจุได้มากถึง 18.1 คิวเลยทีเดียว และเป็นตัวที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีให้ง่ายต่อการใช้งาน อีกทั้งยังเป็นตัวที่ดีไซน์เรียบหรู ดูทันสมัยเป็นอย่างมากอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีตัวบานพับซ่อนอยู่ในประตูตู้ทำให้ดูเรียบง่ายแต่มีสไตล์เป็นอย่างมากเข้าได้กับทุกพื้นที่ภายในห้องครัวอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ยังมีระบบที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิให้เย็นทั่วถึงทุกพื้นที่ และมีเรื่องของการใช้แผงกรองอากาศ 5 ชั้นที่ทำให้หมดความกังวลเรื่องฝุ่น เชื้อรา และแบคทีเรียไปได้เลย ที่สำคัญยังเป็นระบบกระจายความเย็นแบบหลายทิศทางทำให้เย็นทั่วถึงตลอดทั้งตู้อีกด้วย ส่วนเรื่องของหลอดไฟภายในตู้จะใช้แบบ LED ที่ช่วยประหยัดพลังงานและยืดอายุการใช้งานได้มากกว่าเดิม กล่องทำน้ำแข็งเป็นแบบเลื่อนได้ เคลื่อนย้ายไปตามจุดต่างๆได้ตามต้องการอีกด้วย และที่สำคัญยังสามารถใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่น ThinQ ที่ช่วยตรวจสอบและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วทันใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

ตู้เย็นราคาประหยัดขนาดใหญ่ที่ดีที่สุด

Samsung – Double Doors Refrigerator (14.1 Cubic, Model RT38K501JS8/ST)

ข้อดี

  • ราคาประหยัด
  • ช่องใส่ของมีขนาดใหญ่
  • ประหยัดพลังงาน
  • กระจายความเย็นทั่วถึง
ข้อข้อเสีย

  • มีสีให้เลือกน้อย

ตู้เย็น 2 ประตูของยี่ห้อ Samsung รุ่น RT38K501JS8/ST เป็นตัวที่ต้องยกให้ว่าขนาดใหญ่แต่ราคาประหยัดเป็นอย่างมาก โดยมีความจุทั้งหมด 14.1 คิว มาพร้อมกับดีไซน์ที่ดูสวยงามซึ่งถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีให้จุของได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการเตรียมช่องเก็บของขนาดใหญ่ไว้รองรับการใช้งานของทุกท่านอีกด้วย นอกจากนี้ยังใช้เทคโนโลยีที่จะช่วยประหยัดพลังงานอีกทั้งยังช่วยลดเสียงรบกวนไม่ทำให้เกิดความรำคาญใจอย่างแน่นอน

ที่สำคัญยังมีไฟ LED ที่ส่องสว่างแต่ไม่ทำให้รู้สึกร้อนอีกทั้งยังประหยัดพลังงานเป็นอย่างมากแต่ทำให้ทุกท่านสามารถมองเห็นสิ่งของภายในตู้ได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังมีระบบการกระจายความเย็นอย่างทั่วถึงที่จะทำให้ของในตู้ได้รับความเย็นและคงความสดใหม่ไว้นานอย่างยาวนาน เรื่องของการประหยัดพลังงานก็ทำออกมาได้เป็นอย่างดีตอบโจทย์ต่อการใช้งานของทุกท่านเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

ตู้เย็นราคาประหยัดขนาดเล็กที่ดีที่สุด

Toshiba – Double Door Refrigerator (6.4 Cubic, Model GR-B22KP)

ข้อดี

  • ราคาประหยัด
  • จุของได้เยอะ
  • วัสดุทนทานต่อการใช้งาน
  • ประหยัดพลังงาน
  • ไม่มีเสียงรบกวน
ข้อข้อเสีย

  • ไม่มีระบบทำน้ำแข็งอัตโนมัติ

สำหรับตู้เย็น 2 ประตูของยี่ห้อ Toshiba รุ่น GR-B22KP เป็นรุ่นที่มีขนาด 6.4 คิว แต่เรียกได้ว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จิ๋วแต่แจ๋วเป็นอย่างมากเนื่องจากมาในราคาประหยัดแต่คุณสมบัติไม่น้อยหน้ารุ่นอื่นเลยทีเดียว โดยตัวนี้จะมาพร้อมกับระบบการกำจัดกลิ่นต่างๆภายในตู้ อีกทั้งยังเป็นตัวที่มีช่องแช่แข็งขนาดใหญ่สามารถจุของได้เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญคือชั้นวางสามารถปรับระดับได้อีกด้วย

นอกจากนี้ชั้นวางของยังทำจากวัสดุนิรภัยที่ทนทานต่อการใช้งานอีกทั้งยังสามารถรองรับน้ำหนักได้มากถึง 100 กิโลกรัมเลยทีเดียว ที่สำคัญยังมีระบบไฟ LED ที่ส่องสว่างได้ทั่วถึงอีกด้วย อีกทั้งยังมีระบบ Low Noise ที่ช่วยลดเสียงได้น้อยกว่า 33 เดซิเบลเลยทีเดียว 

ตู้เย็นที่ดีที่สุดสำหรับห้องครัวขนาดใหญ่

HITACHI – Double Doors Refrigerator (25.1 Cubic, Model R-V700PA)

ข้อดี

  • ดีไซน์สวยงาม เข้าได้กับทุกพื้นที่
  • มีความจุขนาดใหญ่ใส่ของได้เยอะ
  • กักเก็บความเย็นได้ยาวนาน
  • ประหยัดพลังงาน
  • วัสดุทนทาน ป้องกันรอยขีดข่วน
ข้อข้อเสีย

  • ราคาค่อนข้างสูง

ตู้เย็น HITACHI รุ่น R-V700PA เป็นตู้เย็นที่มีขนาด 25.1 คิว ซึ่งเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับห้องครัวขนาดใหญ่เนื่องจากมีพื้นที่ที่เพียงพอและพอดีกับสัดส่วนของห้องครัวอีกด้วย ที่สำคัญยังเป็นตัวที่ออกแบบมาให้ดูเรียบง่าย หรูหรา เข้าได้กับทุกพื้นที่ อีกทั้งยังใช้นวัตกรรมแผงฉนวนสุญญากาศที่จะช่วยป้องกันความร้อนจากภายนอกได้อีกด้วย ซึ่งทำให้กักเก็บความเย็นและประหยัดพลังงานได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมปริมาณความเย็นภายในตู้ให้เหมาะสม และมีไฟ LED ที่ส่องสว่างแต่ใช้พลังงานน้อย และยังมีระบบ ECO Thermo Sensor ที่ช่วยรักษาความเย็นแบบอัตโนมัติ และกระจายความเย็นได้อย่างทั่วถึง ที่สำคัญวัสดุของชั้นวางทำจากกระจกนิรภัยที่จะกันรอยขีดข่วนต่างๆและยังมีขอบเป็นพลาสติกที่ป้องกันการหกเลอะอีกด้วย 

ตู้เย็นที่ดีที่สุดสำหรับห้องครัวขนาดเล็ก

Lg  – 2-Door Refrigerator (7.4 Cubic, Model GN-B222SQBB)

ข้อดี

  • ประหยัดพลังงาน
  • ทำงานแบบไร้เสียงรบกวน
  • ด้ามจับแบบซ่อนเพิ่มความสวยงาม
  • วัสดุแข็งแรงทนทาน
  • ระบบให้ความชุ่มชื้นแก่ผักและผลไม้
ข้อข้อเสีย

  • มีสีให้เลือกน้อย

ถ้าหากกำลังมองหาตู้เย็นที่ดีที่สุดสำหรับห้องครัวขนาดเล็กจะต้องยกให้กับตู้เย็นของยี่ห้อ LG รุ่น GN-B222SQ เลยทีเดียว เนื่องจากตู้เย็นตัวนี้นอกจากดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาอย่างสวยงามและดูทันสมัยเป็นอย่างมาก ยังมาพร้อมกับการประหยัดพลังงานที่มากขึ้นกว่าเดิมถึง 36% ที่สำคัญยังเป็นตู้เย็นที่ทำงานเงียบไร้เสียงรบกวนอีกด้วย และยังมีระบบกระจายความเย็นแบบรอบทิศทางที่ให้ความเย็นได้อย่างทั่วถึงทั่วทั้งตู้เย็นเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังเป็นตัวที่ใช้วัสดุของชั้นวางจากกระจกนิรภัยที่มั่นใจได้เลยว่าแข็งแรงทนทานอย่างแน่นอน โดยสามารถรองรับน้ำหนักของสิ่งของได้มากถึง 150 กิโลกรัมเลยทีเดียว อีกทั้งยังทำด้ามจับแบบซ่อนเพื่อความสวยงามอีกด้วย เรื่องของความสดใหม่ของอาหารและผักผลไม้ก็ทำออกมาเป็นอย่างดีด้วยระบบ Moist Balance Crisper ที่ทำให้ผักผลไม้ได้รับความสดและความสดชื่นอย่างยาวนานเลยทีเดียว

สุดยอดตู้เย็น 2 ประตูประหยัดพลังงานที่ดีที่สุด

Hitachi  – Double Door Refrigerator (Cubic 7.7, Model R-H200PD)

ข้อดี

  • ประหยัดพลังงาน
  • กระจายความเย็นได้อย่างทั่วถึง
  • ระบบตรวจจับอุณหภูมิ
  • ทนทานต่อการใช้งาน
  • แบ่งสัดส่วนชัดเจน
ข้อข้อเสีย

  • มีสีให้เลือกน้อย

สำหรับตู้เย็นของยี่ห้อ HOTACHI รุ่น R-H200PD เป็นรุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องของการประหยัดพลังงานเป็นอย่างมาก โดยเป็นตัวที่ได้รับการการันตีเรื่องการประหยัดพลังงานจากฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 อีกด้วย ซึ่งเป็นตัวที่กระจายความเย็นได้อย่างทั่วถึงอีกทั้งยังประหยัดพลังงานได้มากกว่าเดิมอีกด้วย โดยมีประสิทธิภาพเรื่องของการรักษาความสดใหม่ของผักและผลไม้ได้เป็นอย่างดี ชั้นต่างๆภายในตู้ถูกแบ่งเป็นสัดส่วนต่างๆได้อย่างลงตัว

ที่สำคัญยังเป็นตู้เย็นขนาด 7.7 คิวที่ออกแบบมาอย่างสวยงามให้หยิบจับสิ่งของและใช้งานได้อย่างง่ายดาย และยังมีเทคโนโลยีเซนเซอร์คู่อัจฉริยะที่จะทำให้สามารถปรับระดับความเย็นภายในตู้ได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังมีระบบตรวจจับอุณหภูมิที่มีความแม่นยำเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เรื่องของวัสดุต่างๆทำออกมาอย่างทนทานรองรับการใช้งานอย่างหนักและรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ตู้เย็นตู้แช่แข็งด้านล่างที่ดีที่สุด

BEKO – Double Doors Refrigerator (12.6 Cubic, Model RCNT375E50VZGW)

ข้อดี

  • ระบบทำความเย็นแบบแยกส่วน
  • ระบบกรองกลิ่น
  • ป้องกันแบคทีเรีย
  • รักษาความชื้นได้ดี
ข้อข้อเสีย

  • ไม่มีระบบทำน้ำแข็งอัตโนมัติ

สำหรับตู้เย็นของยี่ห้อ BEKO รุ่น RCNT37E50VZGW เป็นตัวที่มีตู้แช่ด้านล่างที่ต้องยกให้ดีที่สุดเลยทีเดียว โดยมาพร้อมกับดีไซน์ที่เรียบหรูและดูทันสมัยเป็นอย่างมาก ประกอบกับความจุที่มีทั้งหมด 12.6 คิว ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังมีระบบทำความเย็นแบบแยกส่วนระหว่างช่องแช่เย็นและช่องแช่แข็งซึ่งทำให้สามารถรักษาความสดใหม่ของอาหารและรักษาความชื้นได้อย่างเต็มที่อีกด้วย ซึ่งด้วยเหตุนี้ทำให้อาหารคงความสดใหม่ไว้ได้ยาวนานมากขึ้นกว่าเดิมเลยทีเดียว

โดยตู้เย็นรุ่นนี้จะมีดีในเรื่องของการประหยัดพลังงานที่มาพร้อมกับการทำความเย็นแบบแยกส่วนซึ่งสามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างง่ายดาย และลดโอกาสในการเน่าเสียได้อีกด้วย ที่สำคัญยังมีระบบการกรองกลิ่นต่างๆและป้องกันแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือทำงานแบบไม่มีเสียงรบกวนอีกด้วย

ตู้เย็นที่ดีที่สุดด้วยเครื่องจ่ายดื่ม

Samsung – 2 door Inverter (16 cubic, Model RT46K6855BS/ST)

ข้อดี

  • ดีไซน์สวยงาม ทันสมัย
  • มีเครื่องกดน้ำหน้าบานตู้เย็น
  • ระบบทำน้ำแข็งอัตโนมัติ
  • ยับยั้งและป้องกันแบคทีเรีย
ข้อข้อเสีย

  • ไม่มีระบบตรวจจับอุณหภูมิ

ตู้เย็น 2 ประตูของยี่ห้อ Samsung รุ่น RT46K6855BS/ST ซึ่งเป็นตัวที่ดีที่สุดสำหรับการมีเครื่องกดน้ำหน้าตู้ โดยต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่จะมาสร้างความสะดวกสบายให้กับการใช้งานเป็นอย่างมากซึ่งประหยัดพลังงานเนื่องจากไม่ต้องเปิดตู้เย็นอีกด้วย เรื่องของดีไซน์การออกแบบตู้เย็นตัวนี้ถูกออกแบบมาด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยอีกทั้งยังสวยงามและที่สำคัญทนทานต่อการใช้งานเป็นอย่างมากเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีการเสริมเรื่องของการยับยั้งและป้องกันเชื้อแบคทีเรียต่างๆได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีระบบทำน้ำแข็งอัตโนมัติ และระบบทำความเย็นแบบแยกส่วนที่จะรักษาความชุ่มชื้นให้กับตู้เย็นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำให้ได้รับความเย็นอย่างทั่วถึง ที่สำคัญยังมีระบบสลับความเย็นแบบอัจฉริยะที่สามารปรับให้เหมาะแก่การใช้งานได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบเตือนถ้าหากเปิดตู้เย็นทิ้งไว้มากกว่า 2 นาที และยังมีหลอดไฟ LED ที่ขึ้นชื่อเรื่องของการประหยัดพลังงานได้มากกว่าปกติถึง 20 เท่าเลยทีเดียว

ตู้เย็นที่การควบคุมอุณหภูมิที่ดีที่สุด

Haier – Navi Cooling Plus + Smart Inverter (10.5 cubic, model HRF-300MNI)

ข้อดี

  • ควบคุมอุณหภูมิได้หลากหลาย
  • ช่องต่างๆจัดสัดส่วนมาเป็นอย่างดี
  • ประหยัดพลังงาน
  • เสียงเงียบ
  • ทนทานต่อการใช้งาน
ข้อข้อเสีย

  • ไม่มีช่องกดน้ำหน้าตู้

ตู้เย็น 2 ประตูของยี่ห้อ Haier รุ่น HRF-300MNI เป็นรุ่นที่ต้องยกให้เป็นที่สุดของเรื่องการควบคุมอุณหภูมิเลยทีเดียว เนื่องจากตู้เย็นเครื่องดื่มมีระบบ Magic Room ที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแค่ 5 องศา ถึง -18 องศาเลยทีเดียวทำให้สามารถเลือกในการเก็บอาหารได้อย่างหลากหลายซึ่งเรียกได้ว่าเป็นคุณสมบัติเด่นของตู้เย็นตัวนี้อีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นรุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องของการประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดี ดีไซน์สวยงามเหมาะแก่การวางในทุกมุมอีกด้วย

ที่สำคัญยังเป็นตู้เย็นที่จัดสัดส่วนของช่องต่างๆมาเป็นอย่างดี ชั้นวางถูกออกแบบจากวัสดุที่มีความทนทาน และแข็งแรงเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีระบบ Inverter ที่ช่วยให้ประหยัดพลังงานได้มากกว่าปกติถึง 20% อีกด้วย นอกจากนี้เรื่องของการทำงานก็มีเสียงที่เงียบไม่ก่อให้เกิดการรำคาญใจด้วย อีกทั้งยังมีไฟ LED ที่ส่องสว่างได้ทั่วทั้งตู้ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืนก็สามารถค้นหาของได้อย่างสะดวกสบาย

ตู้เย็นสแตนเลสที่ดีที่สุด

BOSCH – Double Doors Refrigerator (11 Cubic, Model KGN36IJ3AJ)

ข้อดี

  • แข็งแรงทนทานต่อการใช้งาน
  • มีระบบป้องกันน้ำแข็งเกาะ
  • มีระบบทำความเย็นอย่างทั่วถึง
  • ประหยัดพลังงาน
  • ปรับเปลี่ยนบานพับได้ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา
ข้อข้อเสีย

  • ไม่สามารถเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นได้

สำหรับตู้เย็นของยี่ห้อ BOSCH รุ่น KGN36IJ3AJ เป็นตู้เย็นขนาด 11 คิวที่ทำจากสแตนเลสที่ต้องยกให้เป็นตัวที่ดีที่สุดสำหรับ 2 ประตูเลยทีเดียว เนื่องจากมีคุณสมบัติที่ครบทวนทั้งเรื่องของการออกแบบที่ทำออกมาได้เป็นอย่างดีดูสวยงามและทำให้บ้านดูมีสไตล์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นตัวที่รักษาความสดใหม่ของผักและผลไม้โดยไร้กลิ่นอับและคงความสดชื่นไว้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังเป็นตู้เย็นที่ขึ้นชื่อเรื่องของการประหยัดพลังงานเป็นอย่างมาก และยังมีฟังก์ชั่นปราศจากน้ำแข็งที่ทำให้ผู้ใช้งานประหยัดเวลาในการละลายน้ำแข็งได้อีกด้วย ซึ่งจะมีเวลาสำหรับการพักผ่อนที่มากกว่าเดิม อีกทั้งยังเป็นตู้เย็นที่มีระบบกระจายความเย็นอย่างทั่วถึงและสามารถทำความเย็นได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย เรื่องของไฟก็จะเลือกใช้ระบบ LED ซึ่งเป็นแบบ Soft start ที่ขึ้นชื่อทั้งเรื่องการประหยัดพลังงานและเรื่องของการส่องสว่างเป็นอย่างมากมองเห็นได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ยิ่งไปกว่านั้นเป็นตัวที่สามารถเปลี่ยนบานพับตู้เย็นได้จะอยากเปิดด้านซ้ายหรือเปิดด้านขวาก็สามารถกำหนดได้ทั้งนั้น

คู่มือเลือกซื้อตู้เย็น 2 ประตู

คู่มือเลือกซื้อตู้เย็น 2 ประตู

สำหรับการเลือกซื้อตู้เย็น 2 ประตูซึ่งจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนานและไม่ได้เปลี่ยนบ่อยๆจึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาประเด็นต่างๆให้ถี่ถ้วนเพื่อให้ได้สินค้าที่ตอบโจทย์ต่อการใช้งานมากที่สุด อีกทั้งยังมีรายละเอียดอื่นๆที่เป็นประเด็นสำหรับสำหรับการซื้ออีกซึ่งจะมีอะไรบ้างเราได้รวบรวมมาให้แล้วไปดูกันได้เลย

วิธีเลือกซื้อตู้เย็น 2 ประตู

ประเด็นแรกคือวิธีการเลือกซื้อที่เรียกได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่ควรทำความเข้าใจให้ดีก่อนซึ่งจะดูองค์ประกอบในหลายๆเรื่องที่ตอบโจทย์ต่อความต้องการและสิ่งที่ทุกท่านอยากให้มีซึ่งจะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

วัดพื้นที่

ในการเลือกซื้อตู้เย็นสิ่งแรกที่ควรทำความเข้าใจก็คือการวัดพื้นที่ให้เพียงพอต่อการวางในบริเวณนั้นโดยถ้าหากซื้อตู้เย็นที่ใหญ่ไปหรือเล็กไปก็จะทำให้พื้นที่นั้นไม่เหมาะสม ดังนั้นการเลือกซื้อตู้เย็นควรมีการวัดพื้นที่ในบริเวณที่ต้องการจะวางมาก่อนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังที่เราได้กล่าวไป

ขนาดและความจุของการจัดเก็บ

ในส่วนนี้เราต้องสังเกตจากพฤติกรรมของตนเองและผู้ที่อยู่อาศัยร่วมกันว่ามีพฤติกรรมในการซื้อของเข้ามาเก็บไว้เป็นอย่างไร โดยถ้าหากเป็นคนชอบซื้อของมาใส่ตู้เย็นเรื่องของขนาดก็เป็นสิ่งสำคัญซึ่งควรคำนวณให้พอดีและเพียงพอต่อการใช้งาน

เลือกการกำหนดค่า สำหรับการกำหนดค่าก็คือการกำหนดการใช้งานหรือความถนัดในการใช้งานของแต่ละท่านโดยจะแบ่งเป็นรูปแบบดังต่อไปนี้

  • ตู้แช่ท็อบเมาท์ เป็นการทำช่องแช่แข็งไว้ด้านบนของตู้เย็นซึ่งจะไม่ต้องก้มไปหยิบสิ่งของต่างๆโดยจะขึ้นอยู่กับความถนัดในการใช้งานของแต่ละครอบครัว
  • ตู้แช่แข็งด้านล่าง ถ้าหากครอบครัวไหนมีเด็กเล็กและอยากให้หยิบจับสิ่งของต่างๆได้ง่ายก็สามารถเลือกแบบตู้แช่แข็งด้านล่างเพื่อให้สามารถหยิบสิ่งต่างๆได้ด้วยตนเอง

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการใช้พลังงาน

เรื่องของพลังงานก็เป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากจะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนอีกด้วย ดังนั้นถ้าหากอยากที่จะประหยัดพลังงานก็ควรมองหาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในเรื่องนี้ หรือเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟ

  • การรับประกัน ช่วงระยะเวลาในการรับประกันก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างตู้เย็นเวลาเกิดเสียขึ้นมาจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ดังนั้นยิ่งรับประกันนานเท่าไหร่ก็ยิ่งดีต่อตัวของผู้ซื้อเป็นอย่างมาก ซึ่งโดยส่วนใหญ่ตู้เย็นจะมีการรับประกันตั้งแต่ 1 ปีเป็นต้นไป โดยอาจแยกการรับประกันออกมาเป็นตัวเครื่องและอุปกรณ์ต่างๆซึ่งขึ้นอยู่กับอายุการใช้งานของวัสดุชิ้นนั้น 
  • บริการหลังการขาย การดูแลหลังการขายก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรใส่ใจเรื่องจากถ้าหากพบปัญหาหรือข้อสงสัยขึ้นมาถ้าหากสามารถติดต่อได้อย่างรวดเร็ว และช่วยแก้ปัญหาได้ในทันทีก็ยิ่งสร้างความไว้วางใจให้กับผู้ซื้อได้

ตู้เย็น 2 ประตู VS ตู้เย็น 4 ประตู

สำหรับตู้เย็นแบบ 2 ประตูจะมีพื้นที่ใช้งานที่น้อยกว่าแบบ 4 ประตู แต่ตู้เย็นแบบ 4 ประตูก็จะแลกมาด้วยพื้นที่ในการติดตั้งที่มากกว่าและการกินไฟมากกว่าเนื่องจากต้องใช้ความจุเยอะทำให้ต้องใช้กระแสไฟเยอะขึ้นตามที่สำคัญถ้าหากเป็นตู้เย็นที่มีขนาดใหญ่มากกว่าก็จะมีราคาแพงมากกว่าตู้เย็นแบบ 2 ประตูอีกด้วย

ตู้เย็น 2 ประตู VS ตู้เย็นไซด์ บาย ไซด์

สำหรับตู้เย็นแบบ 2 ประตูจะเป็นตู้เย็นที่ใช้พื้นที่น้อย อีกทั้งยังกินไฟน้อย ที่สำคัญราคาอยู่ในช่วงปานกลางไม่แพงจนเกินไป แต่สำหรับตู้เย็นไซด์ บายไซด์ จะมีจุดเด่นก็คือเรื่องของการลดพื้นที่ในการเปิดประตูซึ่งจะเป็นบานประตูแบบแบ่งครึ่งทำให้ใช้พื้นที่ในการเปิดน้อยลง แต่ก็จะแลกมาด้วยราคาที่สูงกว่าแบบ 2 ประตูและเป็นตู้เย็นที่ราคาแพงกว่าใช้ไฟมากกว่า

Best 2-Door Refrigerator

คำถามและคำตอบ

ตู้เย็นสองประตูกินไฟมากกว่าประตูเดียวหรือไม่

สำหรับเรื่องของการกินไฟตู้เย็น 2 ประตูจะไม่กินไฟมากกว่าตู้เย็นประตูเดียวแต่ต้องบอกว่าขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละท่านอีกด้วย แต่ถ้าเป็นการใช้งานที่เท่าๆกันเปิดปิดเหมือนกันตู้เย็นทั้ง 2 แบบนี้จะใช้ที่ความจุใกล้เคียงกันเป็นอย่างมาด แต่ในบ้านครั้งตู้เย็นแบบ 2 ประตูจะกินไฟน้อยกว่าอีกด้วยเนื่องจากแยกระบบความเย็นออกเป็น 2 ส่วนดังนั้นถ้าหากไม่ได้เปิดทั้ง 2 ประตูก็จะใช้ไฟปกติไม่ได้ใช้ไฟมากกว่าเดิม

อุณหภูมิที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับช่องแช่แข็งคืออะไร

สำหรับช่องแช่แข็งอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดจะอยู่ในช่วง – 19 องศาเซลเซียล และ 3 องศาเซลเซียลซึ่งจะไม่ทำให้ช่องแช่แข็งมีอุณหภูมิที่สูงเกินไป โดยถ้าหากอยากให้อุณหภูมิอยู่ในช่วงที่ตรงการก็สามารถที่จะกดปุ่มปรับความเย็นได้อีกด้วย นอกจากนี้การตั้งค่าอุณหภูมิที่จะได้ประสิทธิภาพมากที่สุดจะขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารที่นำมาแช่และจำนวนของอาหารที่นำมาแช่เนื่องจากถ้าหากแช่แข็งอาหารเป็นจำนวนมากก็ควรปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมเพื่อให้ความเย็นกระจายได้อย่างทั่วถึงทั้งตู้อีกด้วย

Table of Contents:

Scroll to Top