รองพื้นยี่ห้อไหนดี

รองพื้นยี่ห้อไหนดี 2021

Share on facebook
Share on twitter

ถึงแม้กระแสการแต่งหน้าแบบไม่ต้องเน้นปกปิดรอยสิว จุดด่างดำ ที่อยู่บนใบหน้า เพื่อไม่ให้คิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมชาติ จะกำลังมาแรงมากแค่ไหน แต่ทุกอย่างก็ต้องอาศัยการปรับตัวและเวลาในการเปลี่ยนแปลง หลายคนอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าเวลาไปออกงานสังคม หรือแม้กระทั่งไปทำงานพบปะผู้คน ก็ยังจำเป็นต้องเสริมความมั่นใจให้กับตนเองด้วยเครื่องสำอาง ซึ่งจากที่เขาว่ากันว่า รองพื้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เราจึงจะพาทุกคนมาเลือกว่ารองพื้นยี่ห้อไหนดีที่เหมาะกับคุณ

รองพื้นปกปิดขั้นสุด

FENTY BEAUTY – Pro Filt'r Soft Matte Longwear Foundation

ข้อดี

  • ปกปิดเนียนกริบ เบลอทุกสิ่งที่ไม่อยากให้เห็นได้ดี
  • มีเฉดสีให้เลือก 40-50 สี 
ข้อข้อเสีย

  •  ราคาค่อนข้างสูง
  • เนื้อแห้งไว

ก่อนจะกล่าวถึงความดีงามใด ๆ ของผลิตภัณฑ์นี้ก็ต้องเอ่ยถึงราคานิดนึง จัดว่าสูงมาก แต่ด้วยความที่แบรนด์นี้นั้น มีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนกับเจ้าของแบรนด์อย่างคุณแม่ RIHANNA หลายคนก็อาจไม่แปลกใจในราคานี้ บวกกับความดีงามของมันอีกก็ยิ่งทำให้หลายคนพร้อมที่จะไปตำ ความดีงามที่โดดเด่นอย่างมาก คือความติดแน่น ติดทน กันน้ำ กันเหงื่อได้ มีความสามารถในการปกปิดรอยแดง รอยดำ รอยสิวได้อย่างดี ปิดแล้วก็ยังทำให้ผิวดูเป็นธรรมชาติ รู้สึกไม่หนักผิวเกินไป ไม่ทำให้อุดตันรูขุมขนด้วย ที่สำคัญ ไม่ว่าจะสีผิวในรอบพื้นรุ่นนี้ก็มีพร้อมให้กับทุกเฉดสี เพราะมีให้เลือกถึง 50 สีกันไปเลย ติดอยู่เล็กน้อยตรงที่เนื้อค่อนข้างแห้งไว ต้องเกลี่ยให้ไว หรือใช้ฟองน้ำชุบน้ำเพิ่มเพื่อเกลี่ย

รองพื้นติดทนนานที่ดีที่สุด

Estee Lauder – Double Wear Stay-in-Place Foundation

ข้อดี

  • ติดทนยาวนานตลอดทั้งวัน กันน้ำ กันเหงื่อ
  • การปกปิดทำได้ดี
ข้อข้อเสีย

  •  อาจเหมาะกับคนที่มีผิวมัน ทาไปแล้วจะรู้สึกว่าผิวดูโกลวขึ้น แต่หากเป็นคนที่มีผิวแห้งอาจรู้สึกหนักหน้าบ้างเล็กน้อย

ฝั่งสายฝอกันไปแล้ว มาต่อกันที่ฝั่งสายเกากันบ้างกับแบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องสกินแคร์อย่าง Estee lauder มากับรองพื้นรุ่นที่เคลมเรื่องความติดทนยาวนานตลอดวัน แถมการปกปิดที่ดี ปิดได้ทั้งรอยสิว รอยฟ้า กระ จุดด่างดำ ไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์มาช่วยทับกันเลยทีเดียว ที่มากไปกว่านั้นเนื้อรองพื้นไม่หนักเกินไป ทาไปแล้วแม้ติดทนบนหน้า ก็ยังทำให้ดูไม่หนา แลดูเป็นธรรมชาติ แม้จะมีเหงื่อออกก็ยังทนไม่หลุดลอกออกไประหว่างวัน ไปอยู่กลางแดดที่เจอแสงอาทิตย์ก็ไม่หวั่น เพราะมีการใส่สารกันแดดลงไปด้วย แต่ต้องแอบกระซิบว่ากันแดดเท่านี้ อาจยังเอาชนะแดดเมืองไทยไม่ได้ ส่วนเรื่องการอุดตัน ตัวนี้ไม่อุดตันรูขุมขน แถมล้างออกง่ายด้วย ไม่ต้องกังวลว่าทารองพื้นที่ติดทนปกปิดดีแบบนี้อยู่ทั้งวันจะทำให้เกิดสิวได้

รองพื้นเนื้อบางเบาที่ดีที่สุด

Bobbi Brown Skin Long-Wear Weightless Foundation SPF 15 PA++

ข้อดี

  • ปราศจากสารก่อแพ้
  • บางเบาปกปิดเรียบเนียน
ข้อข้อเสีย

  • ราคาค่อนข้างสูง

ต่อกันอีกซักแบรนด์ที่โด่งดังยาวนานกับเรื่องของเครื่องสำอาง Bobbi Brown ซึ่งรองพื้นสูตรนี้นั้นขอใช้คำว่า บางเบาแต่ปกปิด ติดทนนาน ได้จริง แม้ว่าจะราคาสูง แต่หากจ่ายมาแล้วคุ้มแน่นอน เพราะด้วยเทคนิคการผลิตแบบ  High Speed Cold Fusion ที่ช่วยหลอมส่วนผสมต่าง ๆ และคนผสมให้มีเนื้อเนียน ทำให้เนื้อรองพื้นนุ่มเนียนพิเศษ เวลาทาลงบนผิวหน้า สารบำรุงผิวต่าง ๆ อย่างสารสกัดจาก Marine Sugar Cane และผงแป้ง Mineral Powder จากธรรมชาติ ที่ช่วยควบคุมความมันของผิวแต่หน้าก็ยังดูดิวอี้ รวมถึง วิตามิน E, C และ Shea Butter ที่ช่วยมอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิวที่อยู่ในรองพื้น ก็สามารถซึมซับเข้าผิวได้อย่างดีมีประสิทธิภาพสูง เสมือนว่าเนียนกลืนไปกับผิวเลย พร้อมการการเคลมด้านกันน้ำ กันเหงื่อได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ต้องห่วงเรื่องการแพ้ เพราะในสูตรไม่มีพาราเบน, พาทาเลต, ซัลเฟต, ซัลไฟต์, สารจำพวกกลูเตน

รองพื้นที่ดีที่สุดสำหรับทุกสภาพผิว

MAC – STUDIO FIX FLUID SPF 15 FOUNDATION

ข้อดี

  • สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว 
  • มีสารให้ความชุ่มชื้น ให้ผิวดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ ไม่ตกร่อง
ข้อข้อเสีย

  • ราคาค่อนข้างสูง

สำหรับใครที่กำลังตามหารองพื้นที่ทาออกมาแล้วสวยเป๊ะปัง ราวกับนางแบบในนิตยสาร เบลอรูขุมขน ให้ผิวดูเรียบเนียนมากขึ้น ปกปิดได้ระดับปานกลาง ปกปิดได้ทั้งจุดด่างดำเล็ก ๆ รอยแดงจากสิว ลากยาวไปจนถึงริ้วรอยเล็ก ๆ บนผิวหน้าได้เลยทีเดียว เมื่อได้ทาลงไปบนหน้า ตอนทาก็สัมผัสได้ว่าเนื้อสัมผัสค่อนข้างเกลี่ยง่าย ให้ผิวหลังทาแลดูมีมิติแต่ยังคงมีความเป็นธรรมชาติตามแบบฉบับของผิวเดิมของตัวเอง ผสมสารกันแดด SPF 15 และยังมีสารให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหน้า ซึ่งมันคงเป็นสาเหตุที่รองพื้นตัวนี้ ทาแล้วมีความนุ่มลื่น ไม่แห้ง ตกร่องใด ๆ มีให้เลือกหลากหลายเฉดสีอย่างน้อยขั้นต่ำ 10 สี ที่ครอบคลุมทุกโทนผิว และยังเหมาะกับทุกสภาพผิว ติดทนนาน กันน้ำ กันเหงื่อ ผิวหน้าดูสวยตลอดทั้งวันไม่มีดรอป

รองพื้นที่ดีที่สุดสำหรับผิวแพ้ง่าย

Urban Decay – Stay Naked Weightless Liquid Foundation

ข้อดี

  • รองพื้นปกปิดแบบบางเบา มีให้เลือก 23 เฉดสี
  • เหมาะกับผิวแพ้ง่าย เพราะเป็น 100% vegan
ข้อข้อเสีย

  • ราคาค่อนข้างสูง

อีกหนึ่ง รองพื้นที่ราคาแรง แต่ความดีงามก็ชวนให้ตำอย่างมาก ก็คือถือว่าทุนแล้วคุ้มค่าอยู่ เนื่องจากเป็นรองพื้นที่มีความสามารถในการปกปิดระดับปานกลาง ปิดรอยจุดด่างดำ รอยแดง รอยสี รูขุมขนกว้าง ปิดแล้วยังทำให้ผิวดู matte แต่ก็ดูเป็นธรรมชาติ เสมือนว่าเราเปิดผิวหน้าสด ระยะเวลาในการปกปิดก็คือ ติดทนไปเลย 24 ชั่วโมง เวลาทาให้ความรู้สึกบางเบา ราวกับว่าไม่ได้ทากันเลยทีเดียว ทาแล้วไม่แห้งแตก ตกร่อง ไม่เยิ้มมันระหว่างวัน กันน้ำ มีให้เลือกถึง 23 เฉดสี ครอบคลุมทุกโทนสีผิวกันไปเลย ตั้งแต่ผิวโทนเหลือง ผิวโทนชมพู และผิวโทนธรรมชาติ เหมาะกับคนที่มีผิวแพ้ง่าย แถมสูตรนี้ยังเป็นสูตร 100% vegan ใช้ส่วนประกอบจากธรรมชาติ สำหรับใครกังวลเรื่องจะแพ้จากสารเคมี ก็สบายใจได้ไปหนึ่งเปราะ สามารถเลือกรองพื้นตัวนี้มาอยู่ในลิสต์เครื่องสำอาง

รองพื้นที่ดีที่สุดสำหรับผิวมัน

MAYBELLINE – FIT ME MATTE AND PORELESS LIQUID FOUNDATION

ข้อดี

  •   เหมาะกับคนผิวมัน
  • ราคาถูก
ข้อข้อเสีย

  • อาจไม่เหมาะกับคนที่มีผิวขาวอมชมพู เพราะรองพื้นจะติดเหลืองอยู่บ้าง

เข้าสู่โหมดรองพื้นราคาประหยัด ที่ซื้อมาแล้วเป็นอันต้องถูกใจคนที่มีผิวมัน เพราะหลายคนที่มีผิวมัน มักจะหารองพื้นที่ทาแล้วไม่เยิ้มระหว่างวันค่อนข้างยาก ต้องมาคอยเติมแป้งทับระหว่างวัน หรือต้องซื้อแป้งคุมมันดี ๆ มาคอยเซต แต่ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปหากได้ลองซื้อรองพื้นสูตรนี้มาใช้ เพราะรองพื้นสูตรนี้คุณสมบัติตามสูงเลย เนื้อแมทจริงจัง เบลอมันทุกรูขุมขนให้เนียนไปเลย การปกปิดอาจไม่ได้ดีเท่ากับหลายยี่ห้อที่กล่าวมาแต่ก็พอได้อยู่อาจต้องมีใช้คู่กับคอนซีลเลอร์ ปกปิดได้ยาวนานกว่า 12 ชั่วโมง ไม่อุดตันผิว คุมมันได้ดีเนื่องจากมีส่วนผสมของโคลนธรรมชาติอยู่ช่วยดูดซับความมัน แถมมี SPF 22 ช่วยกันแดดได้ เนื้อสัมผัสเกลี่ยง่าย แต่ก็แห้งไว แห้งปุ๊บผิวก็จะดูแมทขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด มีให้เลือกประมาณ 20 เฉดสี ล้วนแต่เป็นเฉดสีที่เหมาะกับคนไทย

รองพื้นที่ดีที่สุดสำหรับผิวแห้ง

TOO FACED – Born This Way

ข้อดี

  •   มีสารสกัดจากธรรมชาติและสารสำคัญที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น และเพิ่มความสว่างกระจ่างใสให้กับผิวหน้า
  • เป็นสูตร oil free
ข้อข้อเสีย

  • ราคาค่อนข้างสูง

บางคนที่มีปัญหาผิวแห้ง มักจะเจอปัญหาทารองพื้นลงไปแล้วค่อนข้างเกลี่ยยาก แถมยังรู้สึกหนักหน้า หรือถึงขั้นรองพื้นตกร่องกันเลยทีเดียว ซึ่งเป็นปัญหาที่เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่แต่งหน้าไม่อยากจะเจอสิ่งนี้ ต้องมองหารองพื้นที่เหมาะกับผิวแห้งมาพกไว้ติดตัว ต้องลองไปตำรองพื้นตัวนี้เลย เพราะมันเกิดมาเหมาะกับทุกผิว ผิวแห้งก็ใช้ได้ ที่สำคัญไม่ต้องกลัวการอุดตันเนื่องจากเป็นสูตร oil free แทบยังช่วยปกปิดผิวให้เรียบเนียนสนิท ราวกับว่าผิวจริงตามธรรมชาติ และที่บอกว่าเหมาะกับผิวแห้งมาก ๆ เพราะรองพื้นตัวนี้มีสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว อย่าง coconut water , hyaluronic acid และช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิวยาวนานตลอดวันอย่าง Alpine rose ไม่ต้องกังวลเรื่องการแพ้จากสารกันเสียเพราะสูตรนี้ปราศจากสารกันเสีย สามารถกันน้ำ กันเหงื่อ ลุยแดดเหงื่อออกก็ไม่หน้ามันเยิ้มด้วย

รองพื้นกันน้ำที่ดีที่สุด

Srichand – Enchanted Cover Perfect Foundation

ข้อดี

  •  กันน้ำได้ดี
  • ผิวหน้าดูโกลว์สวยหลังรองพื้นเสร็จ
ข้อข้อเสีย

  •   มีเฉดสีน้อย สีติดเหลือง ไม่เหมาะกับผิวขาวอมชมพู

พูดชื่อภาษาอังกฤษไปบางทีหลายคนอาจจะไม่รู้จัก  แต่หลายคนต้องเคยได้ยิน ชื่อ “รองพื้นเจ้าหญิง” เป็นสูตรรองพื้นของแบรนด์ไทยอย่างศรีจันทร์ เป็นรองพื้นเนื้อครีมที่ได้ฉายานี้มาก็เพราะว่าเมื่อทาลงบนหน้าช่วยทำให้ปกปิดริ้วรอย และรอยด่างดำต่าง ๆ ได้อย่างเนียนกริบ แลดูกระจ่างใสโกลว์ราวกับเจ้าหญิง แถมไม่หนักหน้า เกลี่ยง่าย คุมมันได้ค่อนข้างตลอดทั้งวันแอบมีเยิ้มบ้าง พร้อมกับมี SPF 35 PA+++ ช่วยเรื่องการกันแดดได้อย่างดี แทบไม่ต้องทากันแดดก็ย่อมได้ แต่ถ้าใครที่ต้องออกแดดจ้าบ่อย ๆ ก็อาจจะต้องทานะ และความโดดเด่นมาก ๆ  คือ เป็นรองพื้นนี้เป็นสูตรที่กันน้ำกันเหงื่อ ใช้ได้กับทุกประเภทผิว แต่แอบติดที่ว่ามีสีให้เลือกแค่ 4 เฉดสีเท่านั้น แอบติดไปทางโทนเหลืองด้วย

คู่มือการซื้อ รองพื้น

คู่มือการซื้อ รองพื้น

เวลาจะเลือกซื้อรองพื้นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงสองปัจจัยหลัก ๆ คือ ประเภทผิวของคุณ อยู่ตรงกับประเภทไหน ผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวผสม ต้องอย่าลืมเช็ค จะได้เลือกดูสูตรที่เหมาะกับผิวหน้า ไม่ต้องห่วงเรื่องความไม่ติดทน

หรือหน้าเยิ้มระหว่างวัน และอีกอย่างที่ต้องคำนึงถึง คือ โทนสีผิวของคุณ ว่ามีโทนเหลือง ชมพู หรือแทน จะได้เลือกรองพื้นให้ไม่โดดเกินหน้า ไม่อย่างนั้นหน้าอาจจะเทาได้

ทำความเข้าใจประเภทผิวของคุณ

ผิวมัน

จะเป็นคนที่มีผิวที่ผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป สังเกตตัวเองง่าย ๆ จากการที่จะเห็นหน้าจะเหมือนมันเงา วาวแทบจะตลอดทั้งวัน รูขุมขนมักจะกว้าง ส่วนมากก็มักจะมีปัญหาสิวด้วย จึงควรเลือกรองพื้นที่ไม่อุดตันผิว ช่วยคุมมันได้ดี และควรเลือกรองพื้นที่เป็นเนื้อแมท บวกกับเป็นสูตร oil freeมากกว่าที่จะเป็นเนื้อโกลว์ เนื่องจากอาจทำให้หน้าดูเยิ้มเข้าไปอีก

ผิวแห้ง

เป็นคนที่มีผิวที่สูญเสียสมดุลของความชุ่มชื้นในชั้นผิว หรือเสียการป้องกันผิวจากสิ่งกระทบภายนอก จนทำให้ผิวมีลักษณะแข็ง ขาวเป็นขุย หยาบกร้าน ดูหมองคล้ำลง ควรเลือกรองพื้นที่มีส่วนผสมของสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เน้นกลุ่มที่เป็นเนื้อบางเบาไม่หนักหนา พร้อมกับเคลมว่าไม่ตกร่อง ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อป้องกันการตกร่องก่อนลงรองพื้นอาจลงมอยเจอร์ไรเซอร์ก่อนได้

ผิวผสม

เป็นคนที่มีปัญหาผิวสองแบบ คือทั้งผิวแห้งและผิวมันอยู่บนใบหน้า มักพบว่าส่วนทีโซนจะเป็นผิวมัน ข้างแก้มจะเป็นผิวแห้ง เลือกรองพื้นที่มีคุณสมบัติควรถ้วน หากต้องการเน้นการปกปิดหรือคุมมันบางบริเวณอาจใช้ร่วมกับคอนซีลเลอร์และแป้งพัฟ เพื่อช่วยลดปัญหาดังกล่าว

โทนสีผิวและเฉดสีของคุณ

ต่อมาต้องลองพิจารณากันที่ โทนสีผิวของคุณ เริ่มจากการแยกให้ออกก่อนว่าตนเองมีอันเดอร์โทนเป็นแบบไหน และจึงมาเลือกสีรองพื้นให้เหมาะกับอันเดอร์โทนนั้น ๆ โดยต้องเข้าใจก่อนว่า อันเดอร์โทนเป็นสีผิวใต้ชั้นผิวหนังเราจริง ๆ กำหนดจากเม็ดสีที่มีมาแต่แรก โดยจะพิจารณาจากการดูสีเส้นเลือดใต้แขน เพื่อดูว่าผิวเราตรงกับอันเดอร์โทนไหน 

โทนชมพู

จะมองเห็นเส้นเลือดเป็นสีม่วงอ่อน หรือน้ำเงิน

โทนธรรมชาติ

จะมองเห็นเส้นเลือดเป็นสีน้ำเงิน สีเขียวเข้มและสีเขียวอ่อน

โทนเหลือง

จะมองเห็นเส้นเลือดเป็นสีเขียวเข้มหม่น ๆ หรือน้ำตาล

เมื่อมองออกแล้วว่าตนเองมีอันเดอร์โทนแบบไหน ก็ต้องมาพิจารณาเฉดสี โดยเลือกสีรองพื้นที่ใกล้เคียงกับสีผิวตนเองมาก่อน หนึ่งสี จากนั้นให้เลือกเบอร์ที่สว่างกว่า และเข้มกว่า มาอย่างน้อย

อย่างละ 1 เบอร์ แล้วจึงเริ่มทำการทดสอบ ป้ายไปที่บริเวณคางหรือกราม จากนั้นส่องกระจกหรือกล้องโทรศัพท์ผ่านแสงธรรมชาติ เพื่อดูว่าสีไหนกลืนกับผิวหน้าได้มากที่สุด ก็ควรเลือกตัวนั้นมาใช้ 

รู้จักผิวหน้าของตนเองไปแล้ว มาต่อกันด้วยรู้จักรองพื้นในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเภทเนื้อรองพื้น ประเภทรองพื้น และระดับความปกปิดของรองพื้น กันบ้าง

ประเภทเนื้อรองพื้น

Liquid foundation

เป็นรองพื้นสูตรน้ำ มักพบบรรจุเป็นหลอด ขวดแก้ว หรือแบบซองเดี๋ยวนี้ก็มีขาย จะเป็นรองพื้นที่เนื้อเกลี่ยง่าย มันจะค่อนข้างเหลว ไหลไปกับหน้า แนะนำให้ใช้กับแต้มลงบนหน้าก่อน หรือใช้คู่ฟองน้ำ

Mousse foundation

เป็นรองพื้นเนื้อมูส เนื้อจะค่อนข้างบางเบา คล้ายว่าจะเป็นเนื้อซาติน เกลี่ยง่าย ไม่เหลวเกินไป แถมให้ความชุ่มชื้นกับผิว ส่วนมากจะเป็นพวกรองพื้นที่เป็น semi matte จะเจอเนื้อแบบนี้ 

Cream foundation

เป็นรองพื้นสูตรครีม มักพบบรรจุเป็นกระปุก หรือตลับ เนื้อมันจะค่อนข้างหนืดและให้ความเหนอะ มีความเกลี่ยยาก ทาแล้วรู้สึกว่าหน้าจะแห้ง ๆ แต่ดีตรงที่ปกปิดดี

Powder foundation

หรือแป้งตลับ เกือบจะเหมือนแป้งฝุ่นเลยก็ว่าได้เพียงแต่นำแป้งมาอัดแข็งใส่ตลับ เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวกสบาย พกหนึ่งตลับสวยจบครบ ไม่หนักกระเป๋า ราคาย่อมเยา

Stick foundation

เป็นรองพื้นแบบแท่ง มีความโดดเด่นในเรื่องการพกพาสะดวกเหมือนแป้งตลับ แต่ทว่าอาจไม่เหมาะกับคนที่ผิวแห้งอย่างมาก เพราะส่วนมากรองพื้นแบบนี้มักจะมีเนื้อที่หนืด เกลี่ยยาก แถมทิ้งเป็นคราบ

Spray foundation

เป็นรองพื้นแบบสเปรย์ ต้องแบบรีบจริง หรือแบบต้องการลงทั้งตัว จึงจะหยิบตัวนี้มาใช้ ถ้าโดยปกติจะไม่แนะนำ เพราะนอกจากราคาสูงแล้ว การใช้งานไม่สะดวกนัก เนื่องจากหากใช้กับหน้า เวลาสเปรย์อาจทำให้โดนขนตาขนคิ้ว หรือปากได้ต้องคอยมานั่งลบทีหลัง แล้วก็เหมาะกับคนที่ไม่เน้นปกปิด เน้นความบางเบา

ประเภทรองพื้น แบ่งตามผลลัพธ์บนผิวหน้า

Dewy

เมื่อทารองพื้นที่เคลมเรื่องนี้ ซึ่งส่วนมากจะเหมาะกับคนผิวแห้ง ทาแล้วจะทำให้ผิวดูชุ่มชื้น โกลว์ สว่างเปล่งประกายเพิ่มมากขึ้น เหมาะกับการแต่งหน้าแบบสาวเกาหลี

Matte

รองพื้นที่เคลมเรื่องนี้ จะเหมาะกับคนที่มีผิวหน้ามัน กำลังมองหารองพื้นติดทน ๆ รวมถึงให้ลุคที่เป็นสายฝอ มันจะค่อนข้างปกปิดเรียบสนิทเนียนกริบ เหมาะกับเน้นติดทน

Semi matte

เป็นกึ่ง ๆ ระหว่าง dewy กับ matte บางครั้งการใช้แบบ matte อาจทำให้รู้สึกหนักหนาเกินไปแล้วอาจทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติกับบางคน ตัวเลือกที่เป็น semi matte จึงทำให้ลุคแต่งหน้าดูเบาลงจากแบบ matte ดูให้ความโกลว์ แต่ติดทน เหมาะกับทุกสภาพผิว

ระดับความครอบคลุมหรือปกปิดผิว

Sheer Coverage

รองพื้นที่มีความสามารถ ปกปิดได้น้อย มีเนื้อบางเบา ให้สัมผัสไม่หนักหน้า เหมาะกับคนที่ผิวหน้าไม่ได้มีปัญหาจุดที่ต้องการปกปิด เน้นแค่ทำให้ผิวดูเนียนสม่ำเสมอ

Sheer to Medium Coverage

รองพื้นที่มีความสามารถปกปิดได้น้อยถึงปานกลาง เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวที่เป็นรอยแดง รอยดำจาง ๆ หรือจุดเล็ก ๆ ไม่ได้มีเยอะบนผิวหน้า

Medium Coverage

รองพื้นที่มีความสามารถในการปกปิดระดับปานกลาง ช่วยซ่อนเหล่าจุดด่างดำ รอยแดง รอยดำ รอยสิวบนใบหน้าได้ในระดับปานกลาง อาจจะยังต้องใช้ร่วมกับคอนซีลเลอร์ หากรอยเหล่านั้นชัดมาก

Full Coverage

รองพื้นที่มีความสามารถในการปกปิดระดับสูงสุด เนื้อมันจะค่อนข้างหนัก ทาไปแล้วอาจรู้สึกหนักหนา เหมาะกับคนที่ต้องการปกปิดรอยดำรอยแดง รอยสิว ฝ้ากระ ต่าง ๆ บนใบหน้า หรืออยากแต่งหน้าให้ติดทนตลอดทั้งวัน

หวังว่าข้อมูลความรู้เบื้องต้นตรงนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกรองพื้นให้เหมาะกับหน้าของคุณได้มากขึ้น ได้รองพื้นเบอร์ที่คุณชอบ คุณสมบัติตามที่ใช่

Best Foundation

คำถามและคำตอบ

ทำไมรองพื้นที่ใช้ ทาแล้วผิวดูหยาบกร้าน

อาจเกิดจากเลือกเนื้อรองพื้นมาไม่เหมาะกับผิวหน้า ยิ่งหากเป็นผิวหน้าแห้ง แล้วเลือกเนื้อรองพื้นแบบ ครีม/ แบบแท่ง/ แบบแป้ง อาจทำให้ผิวที่ออกมาดู matte รวมถึงอาจทำให้ดูเหมือนรอยแตก ตกร่อง หยาบกร้านได้ หากเป็นคนผิวแห้งควรเลือกรองพื้นเนื้อเหลวหรือมูส ที่ให้ผิวแบบ dewy หรือ semi matte และเลือกรองพื้นที่มีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้น และช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิวร่วมด้วย เพื่อให้ผิวมีความชุ่มชื้นไม่แลดูหยาบกร้าน หรือเป็นคราบ ๆ

Table of Contents:

Scroll to Top