ลิปแมทยี่ห้อไหนดี

9 ลิปสติกเนื้อแมทที่ดีที่สุด ให้ลุคสวยติดทนนาน

Share on facebook
Share on twitter

เพื่อนสาวทั้งหลายหากอยากเติมสีสันขึ้นมาให้กับใบหน้าในวันที่รู้สึกว่าอยากทำให้ตัวเองสดชื่นสดใสขึ้นมา เครื่องสำอางชิ้นแรกที่จะหยิบขึ้นมาก็คงไม่พ้น ลิปสติก ยิ่งเป็นสีสด ๆ เติมความมั่นใจชีวิตกระปรี้กระเปร่ากลับมาได้

เป็นมหัศจรรย์ของเครื่องสำอางเลยก็ว่าได้ เจ้าลิปสติกก็มีหลายแบบ ทั้งแบบเนื้อทินท์ เนื้อกลอส และเนื้อแมท ซึ่งวันนี้เราก็เลือกที่จะมารีวิวลิปเนื้อแมทพอเป็นแนวทางให้ทุกคนหาซื้อมาตำ รวมมาให้หมดแล้วว่า ลิปเนื้อแมทยี่ห้อไหนดี ตามอ่านกันได้เลย  

ลิปแมทยี่ห้อไหนดี 2021

ลิปสติกเนื้อแมทน้ำหนักเบาที่ดีที่สุด

BOBBI BROWN – Luxe Matte Lip Color 

ข้อดี

  • เนื้อลิปบางเบาดุจแพรไหม
  • นุ่มลื่นตอนทา
  • สีชัด ติดทานนาน 12 ชั่วโมง
คำอธิบาย

  • ปริมาณ – 4.5g
  • สี – 20 เฉดสี

ปิดตัวมาที่ลิปเนื้อแมทตัวแรกที่นอกจากคุณภาพอัดแน่นสูงแล้ว ราคายังสูงระดับหลักพันเลยด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็มีที่มาที่ไปของราคาของมัน ด้วยชื่อเสียงแบรนด์บวกกับเรื่องที่เขาเคลมว่า เนื้อลิปตัวนี้เมื่อทาแล้วจะได้ลุคแมท

แต่เนื้อสัมผัสเบาบางดุจแพรไหมกันเลยทีเดียว คงไม่มียี่ห้อไหนกล้ามาเทียบเรื่องนี้จริง ๆ อาจเพราะว่าเนื้อลิปแมทของแบรนด์นี้มีส่วนผสมของแว๊กซ์ที่มีคุณภาพ มีคุณสมบัติให้ความนุ่มลื่นเวลาทา ริมฝีปากไม่แห้ง ทาแล้วไม่มีตกร่อง แถมติดทนนานกว่า 12 ชั่วโมง เม็ดสีก็คืออัดแน่นทุกอณู สีปากนี่คือชัดจริงอะไรจริง

มีให้เลือกถึง 18 เฉดสี เป็นสีโทนชมพู ส้ม และแดง ไล่ตั้งแต่สีนู้ด ไปยันสีเข้ม ไม่ได้มีพวกสีแปลก ๆ หรือ โทนน้ำตาลซักเท่าไหร่ สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน จะทาไปทำงานหรือทาไปเที่ยวปาร์ตี้ก็ทำได้

ลิปสติกเนื้อแมทที่เป็นกลางที่สุด

RARE BEAUTY – Lip Soufflé Matte Lip Cream

ข้อดี

  • เนื้อลิปบางเบาทาแล้วได้ริมฝีปากอวบอิ่ม
  • มีสารสกัดหลากหลายชนิดที่ช่วยบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้น และไม่หมองคล้ำ
คำอธิบาย

  • ปริมาณ – 3.9ml
  • สี – 12 เฉดสี

แค่ชื่อลิปก็บ่งบอกถึงสัมผัสของตัวเนื้อลิปกันไปแล้ว ลิปตัวนี้เป็นลิปครีมที่เนื้อสัมผัสบางเบา แบบซูเฟล่ แต่ก็ให้ความแมท ไม่รู้สึกว่าทาไปแล้วเหมือนมีลิปหนัก ๆ มาเกาะที่ปาก สีลิปสติดชัด อัดแน่นด้วยเม็ดสีโทนอุ่นที่จัดจ้าน เน้นโทนชมพูสด แดงสด และน้ำตาลเข้มไม่ค่อยเห็นสีส้มเท่าไหร่ ทาลงไปแบบเต็มปาก หรือจะทาแบบเบลอ ๆ

ก็ทำให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มขึ้นมาได้ จะแต่งเป็นสายฝอ หรือสายเกาก็ไม่เกี่ยง ราคาอยู่ที่กลาง ๆ ไม่ถึง 1,000 บาท คุณค่าที่แอบซ่อนอยู่ มาจากสารสกัดดอกบัว ดอกบัวสายขาว และดอกการ์ดิเนีย พร้อมด้วยวิตามินอี ช่วยบำรุงให้ริมฝีปากดูเรียบเนียน และชุ่มชื้น ไม่ต้องกังวลเรื่องการตกร่อง และลิปสติกสูตรนี้ยังไม่มีส่วนผสมของพาราเบนอีกด้วย

ลิปสติกเนื้อแมทราคาประหยัดที่สุด

MAYBELLINE – The Creamy Mattes

ข้อดี

  • ราคาประหยัด เนื้อนุ่มลื่นแต่ปกปิดได้มาก
  • กลบริมฝีปากหมองคล้ำได้
  • มีสารให้ความชุ่มชื้นกับริมฝีปาก
คำอธิบาย

  • ปริมาณ – 3.9g
  • สี – 20 เฉดสี

คนที่มีริมฝีปากสีคล้ำต้องถูกใจสิ่งนี้ เพราะลิปเนื้อแมทในรูปแบบแท่งของเมย์เบอลีนตัวนี้ นอกจากราคาคือถูกมากแล้ว ยังมีความสามารถในการกลบริมฝีปากที่หมองคล้ำได้เป็นอย่างดี เพราะเม็ดสีที่อัดแน่นเข้มข้น ปิดสีริมฝีปากเดิมได้อย่างสนิท

โดยไม่ต้องสงสัย แต่ละสีทาออกมาแล้วมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ติดทนนาน ค่อนข้างที่จะกันน้ำได้ แม้เห็นเนื้อแมทสีชัดแบบนี้ แต่ด้วยความที่เนื้อลิปสติก ค่อนข้าง creamy ทำให้เวลาทามีความนุ่มลื่น ทาง่าย วาดไปตามริมฝีปากได้ดี

มีส่วนผสมของน้ำมันที่ช่วยทำให้ริมฝีปากคงความชุ่มชื้น ทาแล้วไม่รู้สึกหนักเกินไปด้วย มีให้เลือกถึง 15-20 เฉดสี แล้วแต่ shop ที่เลือกซื้อ จะทาแบบชัดเต็ม ๆ ทั้งปาก แบบสายฝอ หรือจะทาแค่ริมฝีปากด้านในและเบลนรอบ ๆ ให้ดูเบลอก็สวยไปอีกแบบ

ลิปสติกเนื้อแมทที่ให้ความชุ่มชื้นที่ดีที่สุด

TOO FACED – Liquified Long Wear Matte Lipstick

ข้อดี

  • มีสารให้ความชุ่มชื้นหลากหลายชนิด
  • เนื้อลิปบางเบา
  • ติดทนนาน เม็ดสีชัด
คำอธิบาย

  • ปริมาณ – 7.0ml
  • สี – 12 เฉดสี

ใครที่ติดภาพว่าลิปเนื้อแมททาแล้วปากต้องแห้ง หรือจะต้องรู้สึกหนักที่ริมฝีปาก ต้องลองหาซื้อลิปแมทแบบจุ่มรุ่นนี้มาลองใช้ เพราะนอกจากทางแบรนด์จะเคลมเรื่องความเบาบาง เม็ดสีแน่นชัดทุกอณูบนริมฝีปาก สีติดทานนานตลอดวันแล้ว

ขนาดตอนดื่มน้ำก็คือไม่มีรอยลิปติดหลอด หรือติดขอบแก้วน้ำ ทางแบรนด์ยังชูเรื่องส่วนประกอบอย่าง avocado oil, vitamin E และ hyaluronic acid ซึ่งล้วนเป็นสารที่มอบความชุ่มชื้นและกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากได้ดี รวมถึงลิปรุ่นนี้ยังปราศจากพาราเบน ซัลเฟต และน้ำหอม มีสาร antioxidant ใช้แล้วไม่ต้องกังวลเรื่องริมฝีปากหมองคล้ำ

มีสีให้เลือกมากถึง 12 สี ทุกสีสามารถทาได้ในทุกสีผิว แต่ละสีนี่นับว่าจัดจ้านในย่านนี้มาก สีที่เห็นแล้วปังมากที่สุดจนต้องอยากจะตำ คือสีแดงสด เอาไว้ทาไปเที่ยวสังสรรค์ รับรองว่าคนหันมาตะลึง

ลิปสติกเนื้อแมทติดทนนานที่ดีที่สุด

FENTY BEAUTY – Stunna Lip Paint Longwear Fluid Lip Color

ข้อดี

  • เนื้อแมทบางเบา
  • ติดทานนาน สีชัด
  • ทุกสีเหมาะกับสีผิว
คำอธิบาย

  • ปริมาณ – 4ml
  • สี – 7 เฉดสี

พูดถึงลิปที่ติดทนมากันหลายยี่ห้อแล้ว แต่ต้องบอกว่าเมื่อเทียบจากหลาย ๆ ยี่ห้อที่ยกมาวันนี้ ตัวนี้ก็คือติดทนนานที่สุดตามชื่อเลย เป็นลิปแมทแบบจุ่ม ราคาจัดว่าสูงกันเลยทีเดียว แต่ก็คือมาในคอนเซปเนื้อบางเบา ไม่หนักริมฝีปาก

หัวแปรงถูกออกแบบมาเพื่อให้เกลี่ยง่ายเข้ากับรูปริมฝีปากแบบต่าง ๆ รวมถึงเม็ดสีอัดแน่นเน้น ๆ ชัด ๆ ที่ถูกคิดมาแล้วว่าเหมาะกับทุกสีผิว เพราะทางคุณแม่ RIHANNA ได้คิดมาแล้ว สีผิวไหน ๆ ก็ทาได้ด้วยความมั่นใจ มีเฉดสีให้เลือกซื้อประมาณ 7 สี ซึ่งหากใครอยากได้สีดำ (Uninvited) ที่ออกมาแบบ limited edition อาจจะต้องลองควานหากันหน่อย

เพราะตอนนี้น่าจะต้องซื้อจาก shop ต่างประเทศเข้ามาเท่านั้น ไม่มีร้านในไทยให้ซื้อ ในเรื่องของส่วนผสมของลิปรุ่นนี้ ปราศจากน้ำมัน น้ำหอม พาราเบน และซัลเฟต ปิดท้ายด้วยความแอบปลื้มตัวแพกเกจที่ดูดี น่ารักพกพาง่าย ต้องยกให้ตัวนี้ด้วยเช่นกัน

ลิปสติกเนื้อแมทที่ดีที่สุดสำหรับผิวคล้ำ

MAC – Matte Lipstick

ข้อดี

  • มีตัวเลือกเฉดสีลิปเยอะสำหรับคนที่มีผิวคล้ำ
  • เม็ดสีชัด
  • มีความมันวาวขึ้นมาด้วย
คำอธิบาย

  • ปริมาณ – 3g
  • สี – 40 เฉดสี

ที่บอกว่า ลิปสติกเนื้อแมทรุ่นนี้เหมาะกับคนที่มีสีผิวคล้ำ ก็เพราะว่ารุ่นนี้มีสีให้เลือกหลายโทนสี ตั้งแต่สีนู้ดไปยันสีเข้ม สีสด ซึ่งทุกสีนั้น ล้วนถูกคิดมาแล้วว่าเหมาะกับทุกสีผิว

และเฉดสีส่วนมากของแบรนด์นี้ก็เป็นตัวเลือกให้กับผู้มีผิวสีคล้ำได้มีตัวเลือกเยอะมากกว่าแบรนด์อื่น ๆ โดยเฉพาะเฉดสีที่แนะนำจะเป็นโทนสีส้มแดง น้ำตาลแดง ก็คือทางออกมากแล้วใคร ๆ ก็ต้องเหลียวหลัง เม็ดสีมีความชัด กลบสีปากได้ดี ตัวเนื้อลิปจะเป็นเนื้อลัสเตอร์ เวลาทานุ่มลื่นไปกับผิวมากกว่าลิปเนื้อแมทแบบแท่งรุ่นอื่น ๆ ทาเสร็จพบว่าให้ความแมท

แต่ก็มีความวาว ด้วยความที่มีส่วนประกอบของ carnauba wax และ castor seed oil รับประกันความติดทนยาวนานถึง 10 ชั่วโมง แนะนำให้ทาลงไปเต็มริมฝีปากแบบทีละรอบ จะเห็นสีค่อย ๆ ชัดขึ้น เลือกระดับสีที่ต้องการได้ตามใจจากจำนวนรอบที่ทา

ลิปสติกเนื้อแมทกันน้ำที่ดีที่สุด

SMASHBOX – Always On Cream To Matte Lipstick

ข้อดี

  • ลิปสติกเนื้อครีมแต่ทาแล้วเปลี่ยนเป็นเนื้อกำมะหยี่
  • ติดทนยาวนาน
  • กันน้ำได้ดี
คำอธิบาย

  • ปริมาณ – 2g
  • สี – 7 เฉดสี

หลายคนอาจมีปัญหาว่าทาลิปสติกแล้วระหว่างวัน ลิปสติกที่อยู่บนปากเจอกับน้ำที่เราดื่มกลับทำให้เจอปัญหาลิปสติกหลุด จนต่อมาคอยเติมระหว่างวัน รู้สึกว่าต้องเสียเวลากับการเติมอยู่อย่างนั้น หากใครที่อยากประหยัดเวลาที่ต้องหยิบกระจก หรือวิ่งเข้าห้องน้ำไปเติมลิปสติก

ต้องลองหาลิปรุ่นนี้มาใช้ เพราะเขาเคลมอย่างดีว่าลิปสติกแบบแท่ง เนื้อออกไปทาง creamy ให้สัมผัสเป็นเนื้อแมทแบบกำมะหยี่มีความนุ่มบางเบารุ่นนี้ติดทนนาน ถึง 12 ชั่วโมง กันน้ำได้ดี ไม่มีลิปสติกจับกันเป็นก้อน หรือหลุดลอกออกจากริมฝีปากระหว่างวัน

มีส่วนผสมของ primer oil complex ทำให้รู้สึกไม่หนักปาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็น vegan และยังปราศจาก paraben, sulfate, fragrance ด้วย เม็ดสีก็คือชัดแน่นไม่แพ้ลิปสติกรุ่นอื่น ๆ เลย ตัวเลือกเฉดสีจะไม่ค่อยเยอะมาก แต่ครอบคลุมตั้งแต่สีชมพู สีส้ม สีน้ำตาล และสีแดง เหมาะกับทาไปทำงานได้

ลิปสติกเนื้อแมทติดทนไม่หลุดง่ายที่ดีสุด

MAYBELLINE – Super Stay Ink

ข้อดี

  • ติดทน ไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ กันน้ำ
  • กันความมันจากอาหารได้ดี
คำอธิบาย

  • ปริมาณ -5ml
  • สี – 17 เฉดสี

เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเห็นโฆษณาของลิปสติกรุ่นนี้ ตอนที่เปิดตลาดในเมืองไทยนั้น คำโฆษณาที่ติดปากคุ้นหูก็คือ ลิปจูบไม่หลุด ก็คือลิปสติกเมย์เบอลีนรุ่นนี้เลย แพกเกจค่อนข้างแตกต่าง มีความเป็นทรงสี่เหลี่ยมดูเป็นเอกลักษณ์ มีความดีงามตั้งแต่ราคาที่จับต้องได้

สีลิปสติกก็มีให้เลือกมาถึง 29 เฉดสีไล่ไปตั้งแต่โทนชมพู ส้ม แดง น้ำตาล ม่วง ทุกสีสามารถใช้ได้กับทุกสีผิวตามคอนเซปต์ของทางเมล์เบอลีน ตัวเนื้อตอนจุ่มออกมาพบว่าจะมีความหนืดอยู่บ้าง แต่พอทาลงบนริมฝีปากก็คือทาได้ลื่น เม็ดสีชัด กลบสีปากเดิมมิด ไม่มีตกร่อง มีความแมท แบบวาว ๆ เล็กน้อย มาขายต่อในเรื่องความติดทนไม่ทิ้งร่องรอย ก็คือ

กันน้ำ กันคราบมันจากอาหารได้ดีเยี่ยม ไม่มีหลุดลอก ไม่ต้องกลัวว่ารอยลิปจะไปติดตามหลอดน้ำ หรือขอบแก้ว หรือแม้กระทั่งเผลอเดินสะดุดไปจุ๊บเสื้อใครก็ไม่ต้องกลัวไปติดเสื้อเขา

ลิปสติกแบบสเตนเนื้อแมทที่ดีที่สุด

SEPHORA COLLECTION – Cream Lip Stain

ข้อดี

  • เป็นลิปสเตนที่ไม่ทำให้ริมฝีปากแห้ง
  • เพราะมีสารสกัดธรรมชาติและวิตามินบำรุงริมฝีปาก
คำอธิบาย

  • ปริมาณ – 5ml
  • สี – 41 เฉดสี

ท้ายสุดปิดด้วยลิปสเตน ซึ่งเป็นลิปสติกที่มีเนื้อค่อนข้างเหลว แต่โดดเด่นเรื่องความติดทนมากด้วยสูตรของตัวมันเอง ปกติระหว่างวันอาจจะมีลิปสติกหลุดไปบ้าง หรือติดแมสก์ ตอนเย็นคือไม่เหลือให้เอา makeup remover เช็ด แต่ตัวนี้คือ ต้องนุ่มนวลในการเช็ดเลยแหละ

เพราะว่าเช็ดไม่ดีปากอาจแตกได้ มาพูดถึงเนื้อสัมผัสของลิปรุ่นนี้กันบ้าง มันค่อนข้างเกลี่ยง่าย หัวแปรงมีความนุ่ม ทาแล้วได้ออกมาเป็นเนื้อแมท เม็ดสีแน่นสีชัด กลบสีปากได้ดี มีมากกว่า 20 เฉดสีให้เลือกซื้อ เยอะมากจริง ๆ แถม ติดทนนาน มีน้ำหนักเบา ไม่รู้สึกหนักรู้มเนื้อลิปสติกจับเป็นก้อนอยู่ที่ริมฝีปาก

ความพิเศษที่มาเหนือกว่าลิปสเตนรุ่นอื่น คือ ไม่ทำให้ริมฝีปากแห้ง เพราะส่วนผสมของ avocado oil และ vitamin E ที่ช่วยปกป้องริมฝีปากไม่ให้แห้งแตกหรือหยาบกร้าน แลดูชุ่มชื้นอวบอิ่มสุขภาพดี ไม่มีส่วนผสมของพาราเบน และซัลเฟต

คู่มือการซื้อ ลิปเนื้อแมท

คู่มือการซื้อ ลิปเนื้อแมท

เมื่อคิดที่จะเริ่มต้นเข้าสู่วงการเครื่องสำอางลิปสติกต้องบอกเลยว่ามันคือความท้าทานอย่างหนึ่งของผู้หญิงเรา เพราะลิปสติก เป็นเครื่องสำอางที่มีรายละเอียดซับซ้อน หากจะฝากใครซักคนไปซื้อให้จำเป็นต้องระบุทั้งชื่อแบรนด์

ชื่อรุ่น ชื่อเนื้อลิปสติก ชื่อเฉดสี หรือง่ายที่สุดคงจะเป็นการถ่ายรูปไป วันนี้เราจึงอยากจะมาแชร์เกี่ยวกับสิ่งที่ควรรู้ก่อนที่จะซื้อลิปสติกเนื้อแมทซักแท่ง ก็คือข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับลิปสติก เพื่อประกอบการพิจารณาเลือกซื้อ

ซึ่งเราก็เตรียมข้อมูลสิ่งที่ควรรู้มาให้ไว้เต็มที่เลย

ประเภทของลิปสติก

ลิปสติกแบบแท่ง

เป็นรูปแบบลิปสติกที่ต้องหมุนขึ้นมาเวลาใช้จะเห็นเป็นแท่งลิปสติกอยู่ด้านใน มีลิปสติกเนื้อแมทหลายรุ่นที่เป็นลิปแบบแท่ง

อาจพบลิปสติกเนื้ออื่นในรูปแบบนี้ เช่นเนื้อซาติน เนื้อชายน์ เนื้อเมทัลลิก เป็นต้น รวมถึง ลิปรูปแบบลิปไลเนอร์ที่เป็นเหมือนแท่งดินสอ และลิปมันรูปแบบแท่ง

ลิปสติกแบบจุ่มของเหลว

เป็นลิปสติกรูปแบบของเหลว มักจะมีแปรงสำหรับทามาด้วยกับผลิตภัณฑ์ ซึ่งก็มีเนื้อลิปสติกหลายรูปแบบ เช่นเนื้อแมท เนื้อซาติน เนื้อชายน์ เนื้อเมทัลลิก เป็นต้น ที่แตกต่างก็จะเป็นลิปทิ้นท์ และลิปกลอส ที่จะมักไม่เจอรูปแบบแท่งมีแต่แบบจุ่ม

เมื่อรู้จักลิปสติกไปแล้ว มาลองเลือกลิปสติกให้เหมาะกับตัวคุณ เริ่มจาก ลองพิจารณากันที่ โทนสีผิวของคุณ เริ่มต้นพิจารณาว่าตนเองมีผิวสีขาว ผิวสองสี หรือผิวเข้ม จากนั้นก็พิจารณาต่อด้วย undertone

สีผิวใต้ชั้นผิวหนังของคุณมาเป็น trick ในการเลือกสีลิปสติป ทั้งนี้เราจะดูสีเส้นเลือดใต้แขน เพื่อดูว่าผิวเราตรงกับ undertone ไหน แล้วเลือกลิปสติกให้เหมาะ

รู้จักกับวิธีตรวจสอบ undertone ของตนเองก่อน

Cool undertone

เมื่อพลิกท้องแขนมาดู จะมองเห็นเส้นเลือดเป็นสีม่วงอ่อน หรือน้ำเงิน

Warm undertone

เมื่อพลิกท้องแขนมาดู จะมองเห็นเส้นเลือดเป็นสีน้ำเงิน สีเขียวเข้มและสีเขียวอ่อน

สีลิปสติกตามสีผิว

ผิวขาวซีดหรือขาวเหลือง

โดยทั่วไปเหมาะกับสีโทนอ่อน จะเป็นชมพูอ่อน ส้มอ่อน แบบพีชหรือคอรัลก็ได้ แต่ถ้ามีผิวเป็น Cool undertone เหมาะกับสีโทนนู้ด น้ำตาลอ่อน สีมอคค่า และ ถ้ามีผิวเป็น Warn undertone จะเหมาะกับ สีชมพูซีด หรือสีพีช ส้มนู้ด

ผิวสองสี

โดยทั่วไปเหมาะกับสีกุหลาบ สีม่วงอ่อน  แต่ถ้ามีผิวเป็น Cool undertone เหมาะกับสีชมพูเข้ม และสีแครนเบอรี่ และ ถ้ามีผิวเป็น Warn undertone จะเหมาะกับ สีทองแดง สีแดงเข้ม

ผิวเข้ม

โดยทั่วไปเหมาะกับสีวอลนัท คาราเมล หรือพลัม แต่ถ้ามีผิวเป็น Cool undertone เหมาะกับสีแดงทับทิม แดงไวน์ และ ถ้ามีผิวเป็น Warn undertone จะเหมาะกับ สีทองแดง

ต่อมาเมื่อเลือกลิปสติกเป็นที่พอใจแล้ว ก็ขอมาเสริมทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ  ในการทาลิปสติกให้เหมาะกับรูปริมฝีปาก

และ ขนาดของริมฝีปาก ที่มีความแตกต่างกันไปในแต่ละคน เพื่อเสริมความมั่นใจ ไม่ว่าจะทาลิปแมทสีไหนก็อาจมาเริ่ด เข้ารับการหน้า 

เทคนิคการทาลิปสติกให้เหมาะกับรูปริมฝีปาก

ริมฝีปากหนาที่สุด

ถ้าริมฝีปากบนและล่างมีความหนาเท่า ๆ กัน รู้สึกไม่มั่นใจ อาจต้องการวิธีทาลิปสติกที่ทำให้ริมฝีปากดูเล็กลง อาจเริ่มต้นจากทริคการทาแบบเน้นทาริมฝีปากด้านใน เบลนออกมาด้านนอก หรือทาลิปสติกไม่เต็มริมฝีปาก และไม่ควรเขียนขอบปาก

ริมฝีปากล่างหนา

อยากให้ขอบปากล่างดูเล็กลง ให้เริ่มจากการหารองพื้นหรือคอนซีลเลอร์มาเกลี่ยลงขอบปากด้านล่างสุดที่รู้สึกว่ามันเกิน จากนั้นในลิปสติกเขียนขอบปากขึ้นมาใหม่ จากนั้นก็เริ่มทางแบบ ombre เบลนด์ ๆ เบลอ ๆ ออกมา

เทคนิคการทาลิปสติกให้เหมาะกับขนาดริมฝีปาก

ริมฝีปากบาง

จะเน้นให้เลือกการทาลิปสติกแบบกลอส ทาทับแบบลิปแมทสีอ่อน โดยทาให้เกินขอบปากออกมาก็จะทำให้ริมฝีปากดูหนาขึ้น หรือบางคนอาจใช้ทริคนำไฮไลท์มาทากลางปาก เน้นตรงกระจับให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มขึ้นก็ยังได้

ริมฝีปากอวบอิ่ม

ดูพอดีอยู่แล้วก็สามารถเลือกทาลิปเฉดสีไหนก็ได้ตามที่มั่นใจ จะเขียนขอบปากหรือไม่ก็ได้ แต่ถ้าหากมองว่ามันอวบอิ่มเกินไป ให้ลองทาลิปแมทสีโทนธรรมชาติ สีน้ำตาล สีพีช สีอ่อน ๆ เพื่อให้ดูเข้ากับผิวหน้า

หวังว่าทั้งทริคในการเลือกซื้อลิปสติก การเลือกเนื้อลิปสติก การเลือกสีลิปให้เหมาะกับสีผิว และทริคในการใช้งานลิปเนื้อแมทให้เข้ากับริมฝีปากที่ได้เขียนอธิบายไว้ จะทำให้ใครหลาย ๆ

คนมีแนวทางในการซื้อลิปสติกซักแท่งมาไว้ใช้ติดตัว เพื่อช่วยเสริมความมั่นใจ เติมไฟให้กับตัวเองผ่านลิปสติกกันนะ

Matte Lipstick

คำถามและคำตอบ

ลิปสติกเนื้อแมทแห้งหรือไม


ไม่ใช่ทุกยี่ห้อ หรือทุกสูตรที่จะแห้ง หลายคนอาจติดภาพว่าลิปสติกเนื้อแมทจะต้องให้สัมผัสที่หนักริมฝีปาก หรือเนื้อมันจะค่อนข้างแห้ง ทำให้ตกร่องริมฝีปาก แถมยังมีส่วนทำให้ริมฝีปากแห้งลงอีก แต่ความเป็นจริงแล้ว หลาย ๆ แบรนด์ที่ผลิตลิปสติกเนื้อแมทออกมาเข้าใจ pain point ตรงนี้เป็นอย่างดี ทำให้ลิปสติกเนื้อแมทที่มีอยู่ในปัจจุบันมีการเติมสารที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นและช่วยบำรุงริมฝีปากลงไปด้วย เช่น hyaluronic acid, avocado oil, castor seed oil เป็นต้น

 คุณสามารถทาลิปบาล์มทับลิปสติกเนื้อแมทได้หรือไม่

ส่วนตัวนั้นคิดว่าได้ ถึงแม้ว่าปกติแล้วลิปมันจะเน้นให้ความชุ่มชื้นกับริมฝีปาก มักจะแนะนำให้ทาก่อนลงลิปสติกเนื้อแมท เพื่อให้ริมฝีปากมีความชุ่มชื้น แต่ถ้าเราอยากให้ลิปแมทดูมีความมันวาวขึ้นมาอีกนิด ก็อาจใช้ลิปมัน หรือลิปกลอสในการทาทับได้ ซึ่งหากเลือกเป็นลิปมันก็จะช่วยให้ลิปแมทติดทนขึ้นและช่วยให้ริมฝีปากชุ่มชื้นตลอดเวลา อาจจะเป็นลำดับเริ่มจากลิปมัน รอแห้งพักหนึ่ง จึงทาลิปแมทรอแห้ง ซับด้วยทิชชู่ แล้วจึงทาลิปมันทับอีกรอบสุดท้าย

Table of Contents:

Scroll to Top