เครื่องซักผ้า 2 ถัง ยี่ห้อไหนดี

8 เครื่องซักผ้าที่ดีที่สุด 2 ถัง ยี่ห้ออะไรดี ถูก และทนทาน ปี 2021

Share on facebook
Share on twitter

สำหรับในตอนนี้การซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าบ้านก็เป็นสิ่งที่หลายๆท่านให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางไปซักตามที่ต่างๆและประหยัดค่าใช้จ่ายต่อเดือนได้อีกด้วย โดยการใช้งานเครื่องซักผ้า 2 ถังก็เป็นสิ่งที่หลายๆคนให้ความสนใจ ในบทความนี้เราจึงได้คัดสรรยี่ห้อต่างๆของเครื่องซักผ้า 2 ถังมาฝากทุกท่าน เพื่อเจาะลึกกันว่า เครื่องซักผ้า 2 ถังยี่ห้อไหนดี ยี่ห้อไหนน่าสนใจซึ่งจะมีอะไรบ้างไปดูกันได้เลย

เครื่องซักผ้า 2 ถัง ยี่ห้อไหนดี 2021

เครื่องซักผ้าที่ดีที่สุด 2 ถังโดยรวม

LG  – เครื่องซักผ้าถังคู่ฝาบน (TT14WAPG, 14/10 kg)

ข้อดี

  • มีโปรแกรมการซัก 3 แบบ
  • จานซักแบบ Roller Jet ขจัดคราบฝั่งลึกได้
  • เทคโนโลยี Wind Jet Dry ช่วยลดความชื้น
ข้อข้อเสีย

  • ไม่เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก

สำหรับเครื่องซักผ้าของยี่ห้อ LG รุ่น TT14WAPG เป็นตัวที่มีคุณสมบัติโดยรวมที่ดีที่สุดสำหรับแบบ 2 ถังเลยทีเดียว โดยเป็นตัวที่รองรับน้ำหนักได้ 14 กิโลกรัมมาพร้อมกับดีไซน์ที่ดูเรียบหรูและใช้งานได้ง่ายเป็นอย่างมากที่สำคัญยังมาพร้อมกับคุณสมบัติต่างๆมากมายที่จะมาช่วยให้ชีวิตง่ายดายและใช้เวลาทำงานบ้านได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเป็นตัวที่สามารถเลือกโปรแกรมในการซักได้ทั้งหมด 3 แบบทำให้ตอบโจทย์ต่อการใช้งานผ้าแต่ละชนิดอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยี Wind Jet Dry ที่จะช่วยเรื่องของการลดความชื้นให้ออกจากเสื้อผ้าซึ่งจะทำให้เสื้อผ้าแห้งได้เร็วมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังป้องกันเชื้อราได้อีกด้วย อีกทั้งยังมีจานซักแบบ Roller Jet ที่มีพลังงานในการซักมากกว่าปกติช่วยขจัดคราบฝั่งลึกต่างๆได้เป็นอย่างดีแต่ยังถนอมผ้าและทำให้ผ้าสะอาดหมดจดอีกด้วย

เครื่องซักผ้าสุดคุ้ม 2 ถัง

SHARP – เครื่องซักผ้าถังคู่ฝาบน (ES-TW70BL, 7/5.6 kg)

ข้อดี

  • ราคาไม่แพง
  • วัสดุทนทาน
  • มีระบบหยุดการทำงานอัตโนมัติ
  • ตั้งเวลาในการซักได้
ข้อข้อเสีย

  • มีโปรแกรมในการซักให้เลือกน้อย

เครื่องซักผ้า 2 ถังที่ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่าจะต้องยกให้กับยี่ห้อ SHARP รุ่น ES-TW70BL เนื่องจากเป็นตัวที่มากับเทคโนโลยีที่ช่วยให้การซักผ้าง่ายดายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยมีจานซักผ้าที่มีพลังงานสูงอีกทั้งยังมีประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก ที่สำคัญสร้างพลังกระแสน้ำที่ทำให้ซักผ้าได้อย่างสะอาดและถนอมผ้าเป็นอย่างดีไม่ทำลายเนื้อผ้าอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบการหยุดการทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอันตรายกับผู้ใช้งาน

ที่สำคัญยังเป็นเครื่องซักผ้าที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทานต่อการใช้งาน อีกทั้งยังเลือกโปรแกรมในการซักได้ 2 แบบทั้งแบบที่เหมาะกับผ้าเนื้อบางและแบบที่เหมาะกับผ้าทั่วไป อีกทั้งยังมีระบบในการตั้งเวลาสำหรับการซักได้อีกด้วยทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายเป็นอย่างมาก โดยคุณสมบัติทั้งหมดนี้มีพร้อมกับราคาที่ย่อมเยาว์สบายกระเป๋าเป็นอย่างมากจนต้องยกให้เป็นรุ่นที่คุ้มค่าที่สุดเลย

เครื่องซักผ้าขนาดกะทัดรัดที่ดีที่สุด 2 ถัง

Toshiba – เครื่องซักผ้าถังคู่ฝาบน (VH-H85MT, 7.5 kg)

ข้อดี

  • เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก
  • มีชุดกรองสิ่งสกปรก
  • ขจัดคราบสกปรกได้ล้ำลึก
  • วัสดุทนทานต่อการใช้งาน
ข้อข้อเสีย

  • มีโปรแกรมในการซักให้เลือกน้อย

เครื่องซักผ้า 2 ถังที่ออกแบบมาเพื่อพื้นที่ขนาดเล็กที่ดีที่สุดคือเครื่องซักผ้าของยี่ห้อ Toshiba รุ่น VH-H86MT เนื่องจากเป็นตัวที่ออกแบบมาให้เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก โดยมีขนาดกะทัดรัดเหมาะสมกับพื้นที่ที่มีอย่างจำกัด อีกทั้งยังใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทานมาพร้อมกับฝาถังแบบโปร่งใสที่มองเห็นการทำงานภายในตัวเครื่องอีกด้วย ซึ่งเป็นเครื่องซักผ้าที่มาพร้อมกับโปรแกรมในการแช่ผ้าเพื่อให้ขจัดคราบสกปรกต่างๆได้อย่างเต็มที่

และนอกจากนี้ยังเป็นตัวที่เพิ่มพลังการปั่นหมาดที่มากกว่าเดิมช่วยล้างผงซักฟอกได้เป็นอย่างดีและทำให้ประหยัดน้ำได้อีกด้วย โดยมีพร้อมกับโปรแกรมซัก 2 แบบ ทั้งแบบปกติและแบบแรงซึ่งจะเหมาะกับผ้าหลายๆชนิดอีกด้วย ที่สำคัญยังมีชุดกรองสิ่งสกปรกที่ทำให้กรองสิ่งแปลกปลอมต่างๆระหว่างการซักผ้า โดยตัวกรองนี้สามารถถอดออกไปทำความสะอาดได้อีกด้วย

เครื่องซักผ้า 2 ถังที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่

HITACHI – เครื่องซักผ้าถังคู่ฝาบน (PS-170WJ NBL, 17/12 kg)

ข้อดี

  • ระบบ Air Jet Dry ให้ผ้าแห้งเร็วกว่าเดิม
  • วัสดุทนทานต่อการใช้งาน
  • ขจัดคราบต่างๆได้เป็นอย่างดี
  • เหมาะสำหรับครอบครัวใหญ่ 
  • ระบบล็อตตัวเครื่องอัตโนมัติ ป้องกันอันตราย
ข้อข้อเสีย

  • ไม่สามารถตั้งเวลาในการซักได้

เครื่องซักผ้า 2 ถังของยี่ห้อ HITACHI รุ่น PS-170WJ NBL เป็นตัวที่มีขนาดใหญ่รองรับน้ำหนักได้ถึง 17 กิโลกรัม โดยมาพร้อมกับกำลังการปั่นทั้งหมด 1,300 รอบต่อนาทีเลยทีเดียว ซึ่งเป็นเครื่องที่สามารถซักผ้านวมได้อีกด้วย อีกทั้งยังมีเซนเซอร์ในการล็อคตัวถังแบบอัตโนมัติเพื่อป้องกันอันตรายจากการป้องแห้งอีกด้วย และที่สำคัญยังเป็นรุ่นที่มีระบบ Air Jet Dry ที่จะช่วยทำให้ผ้าแห้งได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิมเหมาะสำหรับการใช้งานในหน้าฝนเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องซักผ้าที่ใช้วัสดุคุณภาพดีมีความคงทนเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังใช้เหล็กที่พ่นป้องกันสนิมอีกด้วย ที่สำคัญคือเป็นเครื่องซักผ้าที่มีระบบซึ่งคิดค้นมาเป็นอย่างดีให้สามารถขจัดคราบซึมลึกต่างๆได้อย่างหมดจดไม่ต้องกังวลเรื่องของสิ่งสกปรกต่างๆจะตกค้างในเนื้อผ้าอีกด้วย

เครื่องซักผ้าที่ดีที่สุด 2 ถัง ไม่เกิน 10 กิโลกรัม

LG – เครื่องซักผ้าถังคู่ฝาบน (TT08NOMG, 8 kg)

ข้อดี

  • โปรแกรมการซัก 3 รูปแบบ
  • ขจัดคราบสกปรกได้เป็นอย่างดี
  • ป้องกันการเกิดเชื้อรา
  • ทนทานต่อการใช้งาน
ข้อข้อเสีย

  • มีเสียงรบกวนเวลาใช้งาน

สำหรับเครื่องซักผ้า 2 ถังของยี่ห้อ LG รุ่น TT08NOMG เป็นเครื่องซักผ้าที่ต้องยกให้เป็นตัวที่ดีที่สุดสำหรับรุ่นไม่เกิน 10 กิโลกรัมเลยทีเดียว โดยเป็นตัวที่รองรับน้ำหนักได้ 8 กิโลกรัม วัสดุที่มีความคงทนและทนทานต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก ซึ่งมาพร้อมกับโปรแกรมการซักทั้งหมด 3 รูปแบบทั้งแบบปกติ แบบถนอมผ้า และแบบรวดเร็ว และยังมาพร้อมกับระบบ Roller Jet ที่ซักผ้าได้อย่างทรงพลังเป็นอย่างมากสามารถขจัดคราบสกปรกต่างๆได้เป็นอย่างดี อ่อนโยนต่อเนื้อผ้าทำให้ผ้าสะอาดหมดจดอีกด้วย

นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องซักผ้าที่มีพร้อมกับเทคโนโลยี Wind Jet Dry ซึ่งช่วยลดความชื้นออกจากเสื้อผ้าทำให้ผ้าแห้งเร็วมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังป้องกันการเกิดเชื้อราได้อีกด้วย ที่สำคัญยังเป็นเครื่องซักผ้าที่ช่วยให้การใช้งานในแต่ละวันสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วยฟังก์ชั่นที่ใช้งานง่ายเป็นอย่างมาก

เครื่องซักผ้าที่ดีที่สุด 2 ถัง 10 กิโลกรัม ถึง 20 กิโลกรัม

Samsung – เครื่องซักผ้าถังคู่ฝาบน (WT16J8LEC/XST, 14 kg)

ข้อดี

  • ระบบ Shower Spinning กระจายน้ำได้ทั่วถึง
  • ระบบน้ำแบบ 3 ทิศทาง
  • ระบบ Air Turbo Drying ช่วยลดความชื้น
  • โปรแกรมในการซักผ้า 3 แบบ
ข้อข้อเสีย

  • ไม่ประหยัดพลังงาน

สำหรับเครื่องซักผ้าของยี่ห้อ Samsung รุ่น WT16J8LEC/XST เป็นตัวที่รองรับน้ำหนักได้ 14 กิโลกรัมที่มาพร้อมกับโปรแกรมในการซักที่มีประสิทธิภาพซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ คือ สำหรับผ้าบาง สำหรับผ้าปกติ และสำหรับการซักผ้าหนาพิเศษ โดยจะมีถุงกรองสิ่งสกปรกในขณะที่ซักผ้าอีกด้วย และที่สำคัญยังมีระบบ Shower Spinning ที่จะฉีดกระจายน้ำได้อย่างทั่วถึงและทำความสะอาดได้หมดจด

นอกจากนี้ยังมีระบบของน้ำแบบสามทิศทางที่จะช่วยทำความสะอาดผ้าได้อย่างล้ำลึกและไม่ทำให้ผ้าเกิดการพันกันอีกด้วย โดยมาพร้อมกับระบบ Air Turbo Drying ที่จะมีประสิทธิภาพในการหมุนถังซักอย่างเร็วเพื่อทำให้ผ้าแห้งได้เร็วกว่าเดิมซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการตากผ้าให้น้อยลง โดยทุกท่านจะไม่ต้องเสียเวลาในการรอให้ผ้าแห้งเนื่องจากการที่ใช้ระบบนี้ทำให้ผ้ามีความชื้นน้อยสามารถนำไปรีดต่อได้เลย

เครื่องซักผ้า 2 ถังพกพาที่ดีที่สุด

Imarflex – เครื่องซักผ้าสองถัง (WM-201 ขนาด, 2 kg)

ข้อดี

  • ประหยัดพลังงาน
  • เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก
  • ตั้งเวลาซักล่วงหน้าได้
  • วัสดุจากพลาสติก ABS ไม่เกิดสนิม
ข้อข้อเสีย

  • มีโปรแกรมซักแค่ 2 รูปแบบ

สำหรับเครื่องซักผ้า 2 ถังของยี่ห้อ Imarflex รุ่น WM-201 เป็นเครื่องซักผ้าที่มาพร้อมกับการรองรับน้ำหนัก 2 กิโลกรัม ซึ่งตัวถังทำจากวัสดุคุณภาพดีที่แข็งแรงทนทานเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเลือกโปรแกรมในการซักได้ 2 รูปแบบ คือ ซักแบบปกติ และซักแบบถนอมผ้า โดยเป็นตัวที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายและเหมาะสมสำหรับบริเวณที่มีพื้นที่จำกัดเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

โดยจะเป็นเครื่องซักผ้าที่สามารถตั้งเวลาในการซักล่วงหน้าได้ 15 นาที และมีการผลิตจากพลาสติก ABS ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องสนิอีกด้วย โดยเป็นตัวที่ประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดีเนื่องจากใช้กำลังไฟฟ้าแค่เพียง 90 วัตต์เท่านั้น ที่สำคัญกำลังให้การปั่นหมดก็มีประสิทธิภาพไม่แพ้เครื่องซักผ้าขนาดใหญ่อีกด้วย

เครื่องซักผ้า 2 ถังที่ดีที่สุดสำหรับสถานที่ภายนอก

PANASONIC – เครื่องซักผ้าถังคู่ฝาบน (NA-W16XG1BRC, 16/8 kg)

ข้อดี

  • วัสดุทนทานต่อแสงแดด
  • รองรับน้ำหนักได้จำนวนมาก
  • เทคโนโลยี Super Air Dry ช่วยลดเวลาในการตากผ้า
  • โปรแกรมในการซักผ้า 3 โปรแกรม
ข้อข้อเสีย

  • ไม่มีระบบป้องกันการสั่นสะเทือนและตัดเสียงรบกวน

เครื่องซักผ้า 2 ถังที่ดีที่สุดสำหรับการวางไว้ใช้งานในภายนอกตัวบ้านจะต้องยกให้กับเครื่องซักผ้าของยี่ห้อ PANASONIC รุ่น NA-W16XG1BRC โดยเป็นตัวที่รองรับน้ำหนักในการซักได้ 16 กิโลกรัม และรองรับน้ำหนักในการปั่นได้ 8 กิโลกรัม โดยจะมีความเร็วในการปั่นหมาด 1,320 รอบต่อนาทีเลยทีเดียว ที่สำคัญยังรอบรับโปรแกรมในการซักได้มากถึง 3 โปรแกรมอีกด้วย และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Super Air Dry ที่สามารถขจัดความชื้นได้เป็นอย่างดี ปั่นหมาดด้วยพลังงานสูงที่ใช้เวลาให้ผ้าแห้งได้เร็วยิ่งขึ้น

ที่สำคัญยังมีการออกแบบตัวเครื่องสวยงามและเป็นถังที่ทำจากพลาสสติก PP ซึ่งทนต่อความร้อนได้อีกด้วย และยังมาพร้อมกับโปรแกรมการซักแบบกึ่งอัตโนมัติที่สามารถเลือกการตั้งค่าที่ตอบโจทย์ต่อการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการซักเพื่อถนอมผ้า ซักแรง ซักผ้าปกติ หรือจะซักผ้านวมก็สามารถทำได้ทั้งนั้น

เครื่องซักผ้า 2 ถังที่สวยที่สุด

CANDY – เครื่องซักผ้าถังคู่ฝาบน (HWM-T85 OXC, 8.5 kg)

ข้อดี

  • ดีไซน์สวยงาม
  • มีระบบแช่ผ้าเพื่อเพิ่มความหอม
  • ขจัดสิ่งสกปรกได้ล้ำลึก
  • มีตัวกรองสิ่งสกปรก
  • มีโปรแกรมตั้งเวลาซัก
ข้อข้อเสีย

  • ไม่มีระบบประหยัดพลังงาน

เครื่องซักผ้า 2 ถังที่จัดให้เป็นตัวที่สวยที่สุดคือเครื่องซักผ้าของยี่ห้อ CANDY รุ่น HWM-T85 OXC ซึ่งเป็นตัวที่มีการออกแบบมาอย่างสวยงามและน่าใช้งานเป็นอย่างมาก โดยเป็นรุ่นที่รองรับความจุในการซักได้ 8.5 กิโลกรัม และรองรับความจุในการปั่นได้ 5.6 กิโลกรัม โดยเป็นตัวที่เป็นกึ่งอัตโนมัติ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่สามารถตั้งเวลาในการซักผ้าล่วงหน้า 20 นาทีได้ โดยจะมีตัวกรองสำหรับสิ่งสกปรกต่างๆอีกด้วยทำให้มั่นใจได้เลยว่าผ้าจะสะอาดหมดจดอย่างแน่นอน 

โดยเครื่องซักผ้าตัวนี้จะมาพร้อมกับระบบ Shower Rinse ที่ช่วยล้างผ้าพร้อมกับการปั่นแห้งที่ทำให้ผ้าสะอาดมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังสามารถทำให้ผ้าหอมสดชื่นด้วยการแช่ผ้าได้อีกด้วยซึ่งจะทำให้ทุกท่านได้ทั้งเรื่องของการขจัดสิ่งสกปรกและการทำให้ผ้ามีความหอมติดทนนานเลยทีเดียว

คู่มือการซื้อ เครื่องซักผ้า 2 ถัง

คู่มือการซื้อ เครื่องซักผ้า 2 ถัง

เครื่องซักผ้าถังคู่ทำงานอย่างไร

สำหรับเครื่องซักผ้าแบบ 2 ฝาบน หรือที่หลายๆท่านเรียกติดปากกันว่าเครื่องซักผ้าสองถัง เครื่องซักผ้าถังคู่ เป็นแบบกึ่งอัตโนมัติซึ่งทำการแยกส่วนการใช้งานของถังซักและพังปั่นไว้อย่างชัดเจนโดยต้องยอมรับว่าเป็นรูปแบบของเครื่องซักผ้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเนื่องจากราคาที่ไม่สูงอีกทั้งยังมีแรงปั่นสูงอีกด้วย

โดยเป็นเครื่องซักผ้าที่แตกต่างจากรูปแบบปกติที่หลายๆท่านคุ้นชินเนื่องจากจะต้องเปิดน้ำใส่เข้าไปเอง ใส่ผงซักฟอกเอง และทำการตั้งเวลาเอง โดยพอซักเสร็จแล้วก็ต้องยกผ้าจากถังซักมาไว้ในถังปั่นเพื่อทำการปั่นอีกหนึ่งขั้นตอนก่อนที่จะนำพาไปตาก

เครื่องซักผ้า 2 ถังต่างจากเครื่องซักผ้าถังเดียวอย่างไร

สำหรับเครื่องซักผ้า 2 ถังอย่างแรกที่แตกต่างจากเครื่องซักผ้าแบบถังเดียวก็คือจำนวนของตัวถังที่เพิ่มขึ้นมาโดยการแยกถังสำหรับการซักและถังสำหรับการปั่นออกจากกันซึ่งจะมีราคาที่ถูกกว่าแบบถังเดียว

แต่สิ่งที่แลกมาก็คือขั้นตอนนการซักที่ยุ่งยากมากกว่าเพราะเมื่อทำการซักผ้าในถังแรกเสร็จแล้วก็จำเป็นต้องยกผ้ามาปั่นในถังที่สองต่อ อีกทั้งเรื่องโปรแกรมในการซักแบบถังเดียวจะมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและมีระบบให้เลือกมากกว่าอีกด้วย ที่สำคัญอายุการใช้งานตัวเครื่องซักผ้าแบบ 2 ถังจะสั้นกว่าแบบถังเดียวอีกด้วย

สิ่งที่ต้องมองหาเมื่อเลือกซื้อเครื่องซักผ้า 2 ถัง

  • ขนาดของเครื่องซักผ้า อย่างแรกที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อเครื่องซักผ้าแบบ 2 ถังก็คือการดูขนาดของตัวเครื่องให้เพียงพอต่อพื้นที่ที่ต้องการนำไปติดตั้ง โดยทางที่ดีควรที่จะวัดขนาดมาให้แน่นอนเพื่อให้สามารถนำเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ซื้อไปวางในบริเวณนั้นได้ โดยต้องคำนึงถึงเรื่องของการวางในจุดที่สามารถต่อท่อน้ำได้ด้วย
  • ความจุของเครื่องซักผ้า ตัวความจุของเครื่องซักผ้าจะคิดออกมาเป็นหน่วยกิโลกรัม ซึ่งควรเลือกเครื่องซักผ้าที่มีน้ำหนักเพียงพอต่อการซักในแต่ละครั้ง โดยพิจารณาจากจำนวนคนที่อาศัยอยู่ร่วมกันหรือสมาชิกในครอบครัว ซึ่งควรเลือกให้พอเหมาะและพอดีต่อการใช้งานเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ใช้พลังงานมากจนเกินไป
  • วัสดุที่ใช้ผลิต อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือการเลือกวัสดุที่ตอบโจทย์สำหรับบริเวณที่ใช้งานโดยเครื่องซักผ้าจะมีวัสดุของตัวเครื่องให้เลือกอย่างหลากหลาย อาทิเช่น พลาสติก เหล็กเคลือยกันสนิม เรซิน และแสตนเลส ซึ่งจะมีความทนทานและข้อดีที่แตกต่างกันออกไปโดยจะพิจารณาว่าต้องการใช้ในพื้นที่บริเวณไหนเพื่อให้เลือกเครื่องซักผ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง
  • โปรแกรมการทำงาน เครื่องซักผ้าแต่ละตัวจะมีโปรแกรมในการทำงานที่แตกต่างกันออกไปซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งานแต่ละท่าน โดยจะมีทั้งระบบสำหรับผ้าบาง ระบบซักผ้าหนัก ระบบปกติ ระบบซักแบบถนอมผ้า ซึ่งทั้งหมดนี้จะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติที่แต่ละท่านต้องการโดยไม่จำเป็นต้องมีทุกโปรแกรมอย่างครบวงจรเพียงแต่ควรเลือกให้ครอบคลุมการใช้งานที่ต้องการให้มากที่สุดก็พอ
  • บริการหลังการขาย การซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาหรือเคลื่อนย้ายไปซ่อมได้อย่างง่ายดายเรื่องของบริการหลังการขายก็เป็นสิ่งที่ควรมาใช้ประกอบการพิจารณาซึ่งจะทำให้ชีวิตได้รับความสะดวกสบายที่มากกว่าเดิมถ้าหากเลือกซื้อกับยี่ห้อที่มีบริการหลังการขายเป็นอย่างดี ซึ่งจะไม่ทำให้หงุดหงิดใจในเวลาที่เกิดปัญหาอีกด้วย ดังนั้นเพื่อป้องกันเหตุการณ์เหล่านี้ที่อาจเกิดขึ้นก็ควรพิจารณาในเรื่องบริการหลังการขายประกอบการตัดสินใจซื้อด้วย
  • ความง่ายในการใช้งาน เรื่องของวิธีการใช้งานและความง่ายในการใช้งานก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณาเพราะถ้าหากเลือกเครื่องซักผ้าที่ใช้งานได้ง่ายก็จะใช้เวลาในการซักผ้าที่น้อยลง ดังนั้นควรเลือกแบบที่ไม่ต้องกดตั้งค่าหรือปรับการตั้งค่าอะไรมากมายเพื่อสะดวกสบายและประหยัดเวลาได้อีกด้วย
  • อายุการใช้งาน เรื่องของอายุการใช้งานก็มีผลต่อการตัดสินใจเนื่องจากการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่หลายๆท่านก็คงอยากที่จะให้อายุการใช้งานมีระยะเวลายาวนานเพื่อให้ไม่ต้องเสียเงินบ่อยๆซึ่งเป็นความคุ้มค่าในการลงทุนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ามาใช้งานอีกด้วย ดังนั้นควรอ่านเรื่องของอายุการใช้งานที่เขาระบุมาให้ดีก่อนที่จะซื้อ
  • การประหยัดพลังงาน การที่ที่อยู่อาศัยของท่านมีเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเข้ามาประเด็นที่ตามมาก็คือเรื่องของการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นซึ่งจะทำให้ค่าน้ำและค่าไฟแพงมากขึ้นกว่าเดิม โดยควรเลือกเครื่องซักผ้าที่เพียงพอและเหมาะสมกับการใช้งานไม่จำเป็นต้องซื้อขนาดที่ใหญ่มากจนเกินไปเนื่องจากจะส่งผลต่อปริมาณไฟฟ้าที่ต้องใช้ในการซักผ้าแต่ละรอบ

อะไรคือทางเลือกอื่นสำหรับเครื่องซักผ้าสองถัง

สำหรับทางเลือกอื่นที่สามารถตัดสินใจนอกเหนือจากการเลือกซื้อเครื่องซักผ้าแบบสองถังซึ่งมีราคาถูกจะสามารถเลือกซื้อเครื่องซักผ้าแบบถังเดียวตัวที่มีความจุไม่มากซึ่งจะมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ใกล้เคียงกันและมีราคาที่ไม่สูงมากซึ่งจะทำให้ทุกท่านสามารถเลือกซื้อเครื่องซักผ้าในราคาที่ใกล้เคียงกับที่กำหนดเอาไว้อีกด้วย

Best twin tub washing machine

คำถามและคำตอบ

คุณสามารถใช้ทั้งสองอ่างพร้อมกันได้หรือไม่

เนื่องจากการทำงานของเครื่องซักผ้าทั้ง 2 ถังแยกส่วนกันดังนั้นจะสามารถใช้งานพร้อมกันได้ แต่ถ้าหากไม่ได้รีบก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงการใช้งานพร้อมกันเนื่องจากอาจทำให้เครื่องทำงานหนักกว่าปกติและอายุการใช้งานของตัวเครื่องลดน้อยลงได้ โดยที่สำคัญการใช้งานควรดูแลรักษาให้เป็นอย่างดีถ้าหากต้องการใช้งานถังสองถังพร้อมกัน

เครื่องซักผ้าถังคู่ประหยัดพลังงานแค่ไหน

เครื่องซักผ้าแบบทั้งคู่จะเป็นระบบแบบกึ่งอัตโนมัติซึ่งจะใช้กำลังไฟไม่เยอะเนื่องจากบางขั้นตอนผู้ใช้งานจะต้องทำด้วยตนเอง ดังนั้นจึงนับว่าเป็นตัวที่ช่วยเรื่องของการประหยัดพลังงานได้เป็นอย่างดียิ่งถ้าหากเลือกรุ่นที่พัฒนามาสำหรับเรื่องของการประหยัดพลังงานโดยเฉพาะก็จะช่วยทำให้ประหยัดค่าน้ำ ค่าไฟในแต่ละเดือนไปได้เป็นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

Table of Contents:

Scroll to Top