ตู้แช่แข็ง ยี่ห้อไหนดี

ตู้แช่ยี่ห้อไหนดี แข็งแรง ทนทาน ประหยัดไฟ ปี 2022

หน้าสารบัญ

แม้ว่าในปัจจุบันจะมีตู้เย็นซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกันอยู่ทุกครอบครัวภายในครัวของทุกท่านอยู่แล้ว แต่สำหรับเพื่อการถนอมอาหารให้ยาวนานมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นอาหารสด ผัก หรือผลไม้ ก็เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ต้องการความเย็นที่คงที่และมีขนาดใหญ่มากกว่าตู้เย็นปกติ ตู้แช่งแข็งก็จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเพราะสามารถปรับอุณหภูมิได้หลายระดับแต่การตัดสินใจเลือกก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งเราจะพาทุกท่านไปดูกันว่า ตู้ แช่ แข็ง ยี่ห้อ ไหน ดี ยี่ห้อไหนน่าซื้อมาใช้ซึ่งจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยดีกว่า

10 อันดับ ตู้แช่แข็ง ยี่ห้อไหนดี ปี 2022

1. ตู้แช่แข็งโดยรวมดีที่สุด

Hisense – RF259N4TW1

ข้อดี
  • มีระบบรักษาความเย็นขณะไฟดับ
  • สามารถเร่งและปรับความเย็นได้ตามที่ต้องการ
  • ความจุขนาด 208 ลิตร 
ข้อข้อเสีย
  • ใช้พื้นที่ในการจัดวางขนาดใหญ่

สำหรับตู้แช่แข็งที่เรายกให้ว่าเป็นยี่ห้อที่โดยรวมดีที่สุดซึ่งเราจะมาแนะนำก็คือของยี่ห้อ Hisense รุ่น RF259N4TW1 เป็นตู้แช่แข็งที่มีความจุ 208 ลิตร (7.3คิว) เป็นตู้แช่แข็งที่ได้รับการออกแบบในการลดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว โดยอุณหภูมิของตู้แช่แข็งเครื่องนี้สามารถลดลงได้ถึง -30 องศาเลยทีเดียว จะทำให้ทุกท่านคงความสดของอาหารเสมือนเพิ่มซื้อมาใหม่เลยทีเดียว อีกทั้งยังมีระบบที่ทำความเย็นขณะไฟดับไปได้อีก 135 ชั่วโมงอีกด้วย 

ในเรื่องของการกระจายความร้อนเครื่องนี้มีระบบกระจายความเย็นแบบ 360 องศา ท่อระบายเป็นแบบ D – TYPZ ซึ่งเป็นตัวที่ช่วยกระจายความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีไฟ LED เพื่อให้มองเห็นของภายในได้อย่างชัดเจนและทำให้จัดเก็บอาหารได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญตู้แช่แข็งรุ่นนี้ยังมีระบบล็อคแบบ 4 ตัวเพื่อให้แน่ใจได้ด้วยว่าประตูจะปิดแน่นและรักษาการไหลเวียนความเย็นภายในได้เป็นอย่างดี

2. ตู้แช่แข็งทรงตั้งตรงที่ดีที่สุด

Haier – BD226WL

ข้อดี
  • มีเทคโนโลยีประหยัดไฟ
  • มีระบบทำความเย็นที่มีคุณภาพ
  • ใช้พื้นที่ในการจัดวางไม่มาก
  • แบ่งสัดส่วนการเก็บอาหารได้ตามที่ต้องการ
ข้อข้อเสีย
  • ไม่มีระบบแช่เย็น

สำหรับตู้แช่แข็งของยี่ห้อ Haier รุ่น BD226WL เป็นรุ่นที่ต้องให้เป็นรุ่นที่ดีที่สุดสำหรับทรงตั้งตรงโดยมาพร้อมกับขนาด 226 ลิตร (8คิว) ซึ่งเป็นตู้เย็นแบบอัจฉริยะจาก Haier มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ที่อัพเกรดมาล่าสุดทำให้ใช้งานได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังเป็นรุ่นที่มาพร้อมกับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 อีกด้วย แช่เครื่องดื่มได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีระบบที่ลดการกินไฟอีกด้วย 

อีกทั้งยังเป็นรุ่นที่ใส่ระบบต่างๆมาให้อย่างจัดเต็มมีทั้งเทคโนโลยีไร้น้ำแข็งเกาะ มีลิ้นชักแบบใสให้แยกจัดเก็บวัตถุดิบได้เป็นสัดส่วน และยังมีระบบ Anti – Bacteria ที่ช่วยรักษาคุณภาพและความสดใหม่ให้กับอาหารได้อีกด้วย ที่สำคัญยังเป็นรุ่นที่ใช้งานได้อย่างสะดวกในพื้นที่ซึ่งมีขนาดจำกัดเพราะว่าสามารถจัดวางได้อย่างง่ายดายด้วยความที่เป็นตู้แบบแนวตั้ง ซึ่งมาพร้อมกับดีไซน์ที่ดูทันสมัยรับประกันตัวเครื่องยาวนาน 3 ปีเลยทีเดียว 

3. ตู้แช่แข็งที่ราคาคุ้มค่าที่สุด

Elife – ME258

ข้อดี
  • เป็นรุ่นที่มีล้อเลื่อนเคลื่อนย้ายได้สะดวกสบาย
  • มีความจุขนาด 258 ลิตร
  • มีไฟ LED ทำให้มองเห็นของด้านในได้ง่าย
ข้อข้อเสีย
  • ดีไซน์ไม่ทันสมัย

สำหรับตู้แช่แข็งที่ราคาคุ้มค่าที่สุดเราต้องขอแนะนำตู้แช่แข็งของแบรนด์ Elife รุ่น ME258 โดยเป็นตู้แช่แข็งทรงต่ำ ฝาทึบที่มาพร้อมกับขนาดความจุ 258 ลิตร(9.1คิว) ซึ่งเป็นตู้แช่แข็งขนาดใหญ่แบบมีล้อเลื่อนทำให้สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายไปไว้ตามจุดต่างๆ มาพร้อมกับมือจับที่แข็งแรงทนทานพร้อมกับกุญแจล็อคภายในตัวตู้ อีกทั้งยังมีบานกระจกสไลด์อยู่ด้านในตู้แช่เพื่อป้องกันความเย็นอีก 1 ชั้น 

โดยสำหรับรุ่นนี้จะสามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 0 องศา ถึง -18 องศาเลยทีเดียว อีกทั้งภายในตู้ยังมีไฟ LED ที่ส่องสว่างเป็นอย่างมากทำให้หยิบจับอาหารและวัตถุต่างๆภายในตู้ได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีพัดลมระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพทำให้ยืดอายุการใช้งานได้เป็นอย่างดี และมีการรับประกันตัวเครื่องเป็นระยะเวลา 1 ปี รับประกันคอมเพรสเซอร์เป็นระยะเวลา 5 ปีอีกด้วย ซึ่งรุ่นนี้เป็นตู้แช่แข็งที่มาพร้อมกับคุณสมบัติครบเครื่องต่อการใช้งานเลยทีเดียว

4. ตู้แช่แข็งประหยัดพลังงานที่ดีที่สุด

Electolmax – EP134/128H

ข้อดี
  • ประหยัดพลังงาน
  • ควบคุมอุณหภูมิด้วยระบบอัจฉริยะ
  • มีล้อสะดวกต่อการเคลื่อนย้าย
  • ระบบล็อคความเย็นได้ยาวนาน 30 ชั่วโมง
ข้อข้อเสีย
  • ไม่มีช่องแยกอาหารตามประเภท

ตู้แช่แข็งยี่ห้อ Electolmax รุ่น EP134/128H เป็นตู้แช่แข็งทรงต่ำฝาทึบที่มีระบบการทำงานทั้งหมด 2 ระบบ ได้แก่ ระบบแช่เย็น และระบบแช่แข็ง โดยมาพร้อมกับความจุขนาดใหญ่ขนาด 168 ลิตร (6.2คิว) สามารถเก็บรักษาอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพในเครื่องเดียว อีกทั้งยังสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวกสบายเรื่องจากเป็นรุ่นที่มีล้อสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายอีกด้วยและยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีในการทำความเย็นแบบ 3D ทำให้ความแตกต่างของอุณหภูมิสม่ำเสมอภายในตัวเครื่องมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ดีที่สุดสำหรับการประหยัดพลังงานเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีตัวควบคุมอุณหภูมิแบบอัจฉริยะ สามารถทำความเย็นได้อย่างยอดเยี่ยม อีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยียับยั้งแบคทีเรียและกลิ่นภายในตัวเครื่องอีกด้วย และยังมีระบบล็อคความเย็นเพื่อป้องกันไฟดับได้ยาวนานมากถึง 30 ชั่วโมงเลยทีเดียว ที่สำคัญมาพร้อมกับประตูบานพับที่เปิดปิดง่ายมีที่จับด้านข้างซ่อนอยู่ทำให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย 

5. ตู้แช่แข็งความจุขนาดใหญ่ที่ดีที่สุด

Haier – HCF-428D

ข้อดี
  • มีระบบทำความเย็นแบบ 2 ระบบ
  • เคลื่อนย้ายได้สะดวกสบาย
  • กักเก็บความเย็นได้นานสูงสุด 100 ชั่วโมง 
  • มีไฟ LED ภายในตัวเครื่อง
ข้อข้อเสีย
  • ต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ในการวางตัวเครื่อง

สำหรับตู้แช่แข็งที่มีความจุขนาดใหญ่ที่ดีที่สุดเราขอแนะนำตู้แช่แข็งของยี่ห้อ Haier รุ่น HCF 428D เป็นตู้แช่แข็งทรงต่ำ ฝาทึบ ที่มาพร้อมกับความจุขนาด 379 ลิตร (13.3คิว) โดยสามารถทำความเย็นได้ทั้งหมด 2 ระบบคือระบบแช่เย็นและระบบแช่แข็ง ที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 10 องศาไปจนถึง -30 องศา ระบบทำความเย็นเป็นแบบอัจฉริยะและมีแผงควบคุมไฟแบบดิจิตอล

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่สามารถกักเก็บความเย็นได้นานสูงสุด 100 ชั่วโมงแม้ว่าไฟจะดับเนื่องจากมีฉนวนความร้อนคุณภาพสูงและมาพร้อมกับขอบตู้แบบไร้รอยต่ออีกด้วย อีกทั้งยังมีปุ่ม Quick Freezing ทำให้อุณหภูมิเย็นได้ไวมากยิ่งขึ้นเพียงแค่กดปุ่มเดียว และภายในตัวเครื่องจะมีไฟ LED ส่องสว่างได้ทั่วทั้งตู้ ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับมุมภายในที่โค้งง่ายต่อการทำความสะอาดไม่มีคราบฝั่งลึกอยู่ภายในตัวเครื่องและภายนอกตู้แช่แข็ง

6. ตู้แช่แข็งขนาดกะทัดรัดที่ดีที่สุด

Worldtech – WT-FZ100

ข้อดี
  • เป็นตู้แช่แบบ 2 ระบบ ตู้แช่เย็น และตู้แช่แข็ง
  • ขนาดเล็ก เคลื่อนย้ายได้สะดวกสบาย
  • สามารถปรับความเย็นได้ 7 ระดับ
ข้อข้อเสีย
  • เก็บอาหารได้น้อย

สำหรับตู้แช่แข็งของยี่ห้อ Worldtech รุ่น WT FZ100 เป็นรุ่นที่มีขนาดกะทัดรัดที่ดีที่สุดซึ่งเป็นตู้แช่แข็งทรงต่ำฝาทึบ มาพร้อมกับขนาด 99 ลิตร(3.5คิว) ที่เป็นตู้แช่แบบ 2 ระบบ คือ ตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็ง ระบบของภายในตู้แช่จะมีให้เลือกทั้งหมด 2 แบบด้วยกันมีทั้งการแช่แข็งแบบปกติและการแช่แข็งแบบรวดเร็ว โดยตู้แช่แข็งอันนี้จะเป็นแบบอเนกประสงค์ที่สามารถแช่ได้ทั้งอาหารสด อาหารแช่แข็ง เครื่องดื่ม นม และอื่นๆอีกมากมาย 

อีกทั้งยังเป็นรุ่นที่มาพร้อมกับการปรับความเย็นได้สูงสุดถึง 7 ระดับเลยทีเดียว ซึ่งสามารถปรับความเย็นได้ตั้งแต่ 5 องศาไปจนถึง -24 องศาอีกด้วย ผนังภายในตัวเครื่องทำจาอลูมิเนียมที่เป็นวัสดุที่ช่วยกระจายความเย็นได้เป็นอย่างดี ทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีตะกร้าแช่ให้สามารถจัดระเบียบภายในได้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเราจึงต้องยกให้เป็นรุ่นที่ดีที่สุดที่มาพร้อมกับขนาดกระทัดรัดเลย

7. ตู้แช่แข็งสแตนเลส ที่ดีที่สุด

HAILANG MALL

ข้อดี
  • มีระบบทำความเย็นแบบ 2 ระบบ คือ ระบบแช่เย็นและแช่แข็ง
  • วัสดุที่ใช้ในการผลิตคุณภาพสูง
  • ปรับความเย็นได้ทั้งหมด 7 ระดับ
ข้อข้อเสีย
  • ราคาค่อนข้างสูง

ตู้แช่แข็ง HAILING MALL เป็นตู้แช่แข็งทรงทึบสำหรับใช้งานในห้องครัว โดยเป็นคู้แช่แข็งที่ทำจากสแตนเลสซึ่งมาแบบ 2 ประตูที่ใช้วิธีการเปิดจากด้านหน้า มีความจุขนาด 240 ลิตร ระบบอุณหภูมิเป็นแบบคงที่สามารถทำความเย็นได้เป็นอย่างดีรักษาความสดของวัตถุดิบและอาหารอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญยังเป็นรุ่นที่มาพร้อมกับการปรับความเย็นได้ทั้งหมด 7 ระดับ ตั้งแต่ 5 องศาไปจนถึง -12 องศาเลยทีเดียว 

วัสดุที่ใช้ในการผลิตตู้มีคุณภาพสูงไม่ขึ้นสนิมอีกทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นอย่างมากทำให้มีระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีการเลือกใช้โฟมฉนวนที่มีความหนาแน่นสูงกักเก็บความเย็นภายในได้เป็นอย่างดีอีกด้วย นอกจากนี้ยังใช้ระบบอุณหภูมิอัจฉริยะการควบคุมอุณหภูมิจะมีให้เลือกทั้งระบบทำความเย็นและระบบแช่แข็งเพื่อให้รักษาความสดใหม่ของวัตถุดิบและส่วนแช่แข็งเพื่อเก็บรักษาช่องสด

8. ตู้แช่แข็ง 2 ช่อง ที่ดีที่สุด

Haier – HCF-478H-2

ข้อดี
  • มีไฟแจ้งเตือนอุณหภูมิ
  • แยกอาหารได้เป็นสัดส่วน
  • เก็บอาหารได้เป็นจำนวนมาก
ข้อข้อเสีย
  • ต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ในการจัดวางตู้แช่แข็ง

ตู้แช่แข็งของยี่ห้อ Haier รุ่น HCF-478H-2 / HCF-478c เป็นตู้แช่แข็งแบบฝาทึบขนาด 429 ลิตร(15.2คิว) โดยเป็นรุ่นที่ดีที่สุดสำหรับตู้แช่แข็งสำหรับ 2 ช่อง ซึ่งเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับบ้านที่มีครอบครัวขนาดใหญ่ตั้งแต่ 4 คนขึ้นไปหรือเหมาะกับการใช้งานสำหรับร้านค้า วัสดุที่ใช้ผลิตตู้แช่แข็งเป็นอลูมิเนียม 100% ซึ่งกระจายความเย็นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย สามารถทำความเย็นได้ตั้งแต่ -18 องศาเซสเซียสไปจนถึง -28 องศาเซลเซียส 

นอกจากนี้ยังมาความสามารถในการเร่งความเย็นได้เพียงแค่กดปุ่มเดียว อีกทั้งภายในยังมีไฟ LED ส่องสว่างทำให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ในส่วนของประตูเป็นแบบแนวตั้งและมีการออกแบบขอบประตูด้านในเป็นสี่เหลี่ยมคางหมูจึงทำให้ซีลได้อย่างแน่นหนากว่าปกติและรักษาความเย็นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ภายนอกตัวเครื่องมีไฟแจ้งเตือนบอกสถานะอุณหภูมิภายในตัวเครื่อง ตัวเครื่องทำงานแบบไม่มีเสียงรบกวนและมีระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ

9. ตู้แช่แข็ง สำหรับธุรกิจ ที่ดีที่สุด

SONAR – SD-278G

ข้อดี
  • ตู้แช่แข็งขนาดใหญ่
  • มีปุ่มเร่งความเย็นได้อย่างรวดเร็ว
  • เคลื่อนย้ายได้สะดวกสบาย
  • ปรับความเย็นได้ 6 ระดับ
ข้อข้อเสีย
  • ไม่มีระบบแช่เย็น

ตู้แช่แข็งของยี่ห้อ SONAR รุ่น SD 278G เป็นรุ่นที่เราต้องยกให้ดีที่สุดสำหรับธุรกิจเลยทีเดียว โดยเป็นตู้แช่แข็งทรงต่ำกระจกโค้ง ซึ่งเป็นแบบฝาบนเหมาะสำหรับการแช่ไอศกรีมและของสดต่างๆ อีกทั้งยังมีล้อเลื่อนสำหรับเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย เป็นรุ่นที่มาพร้อมกับความจุขนาด 278 ลิตร(10คิว) และมาพร้อมกับฟังก์ชั่นในการทำงานแบบครบเครื่องเหมาะกับการใช้งานเพื่อถนอมอาหารด้วยระบบทำความเย็นแบบรวดเร็วเร่งความเย็นได้เพียงกดปุ่มเดียวก็สามารถเร่งอุณหภูมิได้แล้ว

อีกทั้งยังเป็นรุ่นที่มาพร้อมกับไฟแสดงสถานการณ์ใช้งานและไฟแจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิสูงเกินไป มีการใช้เทคโนโลยีในการทำความเย็นรูปแบบใหม่และสามารถปรับระบบในการทำความเย็นได้ถึง 6 ระดับอีกด้วย ซึ่งสามารถปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -18 องศาเซลเซียสไปจนถึง -28 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว ตัวตู้แช่แข็งจะมีล้อเลื่อนทั้ง 4 มุมทำให้สามารถหมุนได้ทั่ว 360 องศา

10. ตู้แช่แข็งขนาดเล็กพกพาสะดวกที่ดีที่สุด

SONAR – BD/22L

ข้อดี
  • เคลื่อนย้ายพกพาไปตามสถานที่ต่างๆได้สะดวกสบาย
  • ประหยัดพลังงาน
  • ปรับความเย็นได้ 7 ระดับ
ข้อข้อเสีย
  • มีพื้นที่ในการแช่อาหารน้อย

สำหรับตู้แช่แข็งของยี่ห้อ SONAR รุ่น BD/22L เป็นรุ่นที่เราจะแนะนำว่าเป็นรุ่นที่มีขนาดเล็กและพกพาได้อย่างสะดวกสบายที่สุด โดยเป็นตู้แช่แข็งแบบฝาบนมีขนาดเล็กซึ่งมาพร้อมกับความจุขนาด 22 ลิตร(0.8 คิว) ใช้ประโยชน์ได้อย่างครบครัน อีกทั้งยังมีระบบเร่งความเย็นได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่กดปุ่มเดียวและใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้นด้วยปุ่มที่สามารถควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะกับประเภทและปริมาณของสินค้าได้ ผนังตู้เย็นใช้วัสดุจากอลูมิเนียมแท้ 100% ที่ช่วยเรื่องของการกระจายความเย็นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

โดยตัวเครื่องจะมีการเคลือบสารป้องกันสนิมด้วยวิธีพิเศษ ประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยฉนวนป้องกันความร้อนอีกทั้งยังมีแผงระบายความร้อนทั้งภายในและภายนอกที่ทำความเย็นได้ตั้งแต่ -4 องศาเซลเซียสไปจนถึง -20 องศาเซลเซียสอีกด้วย อีกทั้งยังมีแผงควบคุมอุณหภูมิที่ติดอยู่ด้านหน้าของตัวเครื่องทำให้ใช้งานได้สะดวกสบาย และปรับอุณหภูมิได้ทั้งหมด 7 ระดับเลยทีเดียว 

คำแนะนำในการซื้อตู้แช่แข็ง

คำแนะนำในการซื้อตู้แช่แข็ง

ตู้แช่แข็ง

สำหรับตู้แช่แข็งแบบปกติหรือที่เรียกว่าตู้แช่แข็งทรงต่ำจะเป็นตู้แช่ที่หลายๆท่านมักจะพบเห็นกันได้ตามร้านค้าทั่วไป ซึ่งถ้าหากจะดูว่า ตู้ แช่ แข็ง ยี่ห้อ ไหน ดี เราก็ต้องมาดูข้อดีข้อเสียของรูปทรงตู้แช่แข็งกันก่อนเพื่อให้สามารถเลือกได้ตอบโจทย์ทุกการใช้งานของทุกท่านมากยิ่งขึ้น ซึ่งตู้แช่แข็งแบบทรงต่ำจะมีข้อดีข้อเสียดังต่อไปนี้

ข้อดี

  • สำหรับการเลือกใช้งานตู้แช่แข็งแบบทรงต่ำจุดเด่นเลยก็คือเรื่องของพื้นที่ในการจัดเก็บอาหารที่มีพื้นที่เพิ่มขึ้นมากกว่าแบบสูงประมาณ 20% เลยทีเดียว ดังนั้นจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับท่านใดที่อยากได้พื้นที่จัดเก็บอาหารขนาดใหญ่
  • เป็นประเภทที่มาพร้อมกับระบบการรักษาอุณหภูมิภายในช่องแข็งได้อย่างคงที่เก็บความเย็นได้อย่างสม่ำเสมอ
  • ประสิทธิภาพที่ได้จากการแช่เข็งจะดีกว่าแบบทรงตั้ง
  • กรณีไฟดับจะยังคงมีการเก็บรักษาความเย็นเอาไว้ได้อีกหลายชั่วโมง

ข้อเสีย

  • สำหรับตู้แช่แข็งแบบทรงต่ำจะใช้พื้นที่ในการจัดวางที่มากกว่าปกติ
  • ไม่มีระบบในการละลายน้ำแข็งแบบอัตโนมัติ
  • มีปัญหาเรื่องความสะดวกในการจัดเก็บอาหารเนื่องจากจะถูกวางไว้บริเวณด้านล่าง

ตู้แช่ตั้งตรง

สำหรับตู้แช่แข็งตั้งตรงจะเป็นแบบที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยม โดยจะมีลักษณะเหมือนตู้ที่ในบ้านทั่วไป โดยจะมีข้อดีและข้อเสียของตู้แช่ตั้งตรง ดังต่อไปนี้ 

ข้อดี

  • ใช้พื้นที่ในการจัดวางน้อย
  • สะดวกในการจัดวางอาหารและเครื่องดื่มเพราะจะมีชั้นจัดวางให้
  • มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ

ข้อเสีย

  • กระจายความเย็นได้ไม่ทั่วถึง
  • พื้นที่ในการจัดเก็บอาหารน้อย

ฉันต้องการตู้แช่แข็งขนาดใด

บางท่านอาจจะมีคำถามว่าต้องซื้อตู้แช่แข็งขนาดใดหรือ ตู้ แช่ แข็ง ยี่ห้อ ไหน ดี ที่สุดแต่หนึ่งในสิ่งที่ควรใช้ประกอบการพิจารณาก็คือการใช้งานเป็นหลักโดยให้ดูก่อนว่าจะใช้งานสำหรับอะไรเพื่อให้เรื่องที่มีขนาดหรือความจุที่เหมาะสมกับการใช้งานของทุกท่าน โดยถ้าหากใช้งานภายในบ้านก็ควรเลือกตู้แช่แข็งที่มีขนาดประมาณ 5 คิว – 7 คิว แต่ถ้าหากใช้งานสำหรับร้านค้าก็ควรเลือกตู้แช่แข็งที่มีชนาด 7 คิวเป็นต้นไป

คุณสมบัติที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกช่องแช่แข็ง 

การละลายน้ำแข็งแบบแมนนวลเทียบกับการละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ

สำหรับตู้แช่แข็งที่มีการวางจำหน่ายในปัจจุบันจะมีรูปแบบของการละลายน้ำแข็งทั้งหมด 2 แบบซึ่งต้องเลือกให้เหมาะสมกับความถนัดของทุกท่าน โดยส่วนมากระบบละลายน้ำแข็งแบบอัตโนมัติจะพบได้ในตู้แช่แข็งแบบทรงสูงหรือแบบตั้งรูปแบบนี้จะเหมาะสำหรับท่านใดที่ไม่อยากมานั่งกังวลเรื่องการละลายน้ำแข็งแต่ก็จะแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น

ตัวเลือกการตรึงด่วนและตรึงแบบนุ่มนวล

สำหรับตู้แช่แข็งที่มีความตรึงด่วนและตรึงแบบนุ่มนวลจะขึ้นอยู่กับการใช้งานของทุกท่านเป็นหลักถ้าการใช้งานไม่สามารถควบคุมได้และอยากได้อะไรที่รวดเร็วทันใจการมีตัวเลือกตรึงด่วนก็เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่จำเป็นสำหรับท่านเป็นอย่างมาก แต่ถ้าหากใช้งานเพื่อรักษาอุณหภูมิแบบคงที่การตรึงแบบนุ่มนวลก็จะเหมาะมากกว่า 

การกู้คืนไฟดับ

สำหรับการเลือกซื้อตู้แช่แข็งที่มีตัวเลือกในการกู้คืนไฟดับก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะมาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่ช่วยสร้างความปลอดภัยและคงความสดของอาหารเอาไว้ได้ยาวนานมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมถึงแม้ว่าจะเกิดสถานที่ที่ไม่คาดคิดก็ตาม ทำให้ทุกท่านสบายใจได้ว่าต่อให้เกิดปัญหาไฟดับในระหว่างนั้นอาหารหรือวัตถุดิบที่อยู่ภายในตู้จะยังไม่ได้รับผลกระทบเลยในทันทีแต่ยังมีระยะเวลาที่จะยืดอายุการเก็บรักษาออกไปได้ โดยการกู้คืนไฟดับจึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่ควรจะมีในตู้แช่แข็งที่ทุกท่านกำลังคิดจะเลือกซื้อไปใช้

Best Freezer

คำถามและคำตอบ

ตู้แช่แข็งควรมีอุณหภูมิเท่าใดในการจัดเก็บอาหาร?

การที่เราใช้ตู้แช่แข็งมาไว้สำหรับการเก็บอาหารให้สดใหม่และคงคุณค่าของอาหาร อุณหภูมิที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 4 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่านี้เพราะจะช่วยทำให้เก็บรักษาอาหารได้อย่างยาวนาน แต่สำหรับตู้แช่แข็งจะมีอุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ที่ -18 องศาเซลเซียสเพื่อให้สามารถคงความสดชองอาหารและคงคุณภาพของอาหารเอาไว้ได้อีกด้วย โดยถ้าหากตั้งอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมก็อาจทำให้อาหารเสื่อมสภาพได้เร็วดังนั้นควรที่จะตั้งอุณหภูมิให้พอดีกับวัตถุดิบที่ต้องการจัดเก็บ 

ตู้แช่แข็งอยู่ได้นานแค่ไหน?

สำหรับตู้แช่แข็งที่มีอาหารหรือวัตถุดิบแช่อยู่เต็มตู้นั้น หากไฟฟ้าดับจะสามารถเก็บรักษาความเย็นต่อไปได้อีกประมาณ 1-2 วันแต่จะเป็นในกรณีที่ทุกท่านเปิดปิดตู้น้อยที่สุด เพราะไม่อย่างนั้นความเย็นอาจจะกระจายออกมาจากตู้ในทุกๆครั้งที่ทุกท่านเปิดตู้แช่ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาในการเก็บรักษาอาหารในขณะที่ไฟดับมีน้อยลง ดังนั้นถ้าอยากให้อาหารหรือวัตถุดิบภายในตู้อยู่ได้นานสิ่งสำคัญก็คือการพยายามเปิดปิดตู้ให้น้อยลงหรือหากไม่จำเป็นก็ไม่ควรที่จะเปิดตู้แช่แข็งเลย