รีวิวที่นอน 6 ฟุต (King Size) นอนแน่น กลิ้งสบาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2022

เรื่องของการนอนหลับพักผ่อนเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะทำให้เราสามารถฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้าได้ ขนาดมีสัตว์เลี้ยงเรายังเลือกซื้อ ที่นอนสุนัข คุณภาพดี ดังนั้นการหันมาใส่ใจตัวเองด้วยก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในปัจจุบันก็มีการพัฒนาที่นอนออกมาหลากหลายรูปแบบ เช่น ที่นอนไม่ปวดหลัง ที่นอนสำหรับคนสูงอายุ ที่นอนแบบเย็น สามารถเลือกซื้อได้หลากหลาย ในบทความนี้เราก็ได้คัดสรร 6 แบรนด์ที่นอนที่ดีที่สุดในปี 2022 มาฝาก ตามไปดูกันเลยดีกว่าว่า ที่นอน 6 ฟุตยี่ห้อไหนดี ที่น่าซื้อมาใช้ เผื่อใครกำลังวางแผนอยากซื้อที่นอนใหม่ก็สามารถเอาไปใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อกันได้

6 สุดยอดที่นอน 6 ฟุต

  • 1. ที่นอนโดยรวมที่ดีที่สุด: SleepHappy Paradise Lazada/Shopee
  • 2. ที่นอนสปริงที่ดีที่สุด: Slumberland PresiaPS1200 Lazada/Shopee
  • 3. ที่นอนไฮบริดที่ดีที่สุด: Lunio EightRest Lazada/Shopee
  • 4. ที่นอนยางพาราที่ดีที่สุด: Woodfield E-Hybrid Lazada/Shopee
  • 5. ที่นอนเมมโมรี่โฟมที่ดีที่สุด: Zinus Flossie Lazada/Shopee
  • 6. ที่นอน 6 ฟุต ราคาไม่เกิน 5,000 บาท: Home Best Tempure Lazada/Shopee

ที่นอนแนะนำ 6 ฟุต : แบรนด์ที่ดีที่สุดในปี 2022

1. SleepHappy – รุ่น Paradise

ที่นอนโดยรวมที่ดีที่สุด 6 ฟุต

ข้อดี
  • ที่นอนหนา 12 นิ้ว 
  • มีความหนานุ่ม
  • เทคโนโลยีรังผึ้งระบายอากาศได้เป็นอย่างดี 
  • กระจายน้ำหนักทั่วถึงเหมาะกับผู้มีปัญหาสุขภาพ
  • รองรับน้ำหนัก 300 กิโลกรัม 
ข้อข้อเสีย
  • ไม่เหมาะกับคนชอบที่นอนแบบแข็ง

ที่นอนของแบรนด์ SleepHappy รุ่น Paradise ที่นอนหน้า 12 นิ้วเป็นตัวที่มาพร้อมกับการเสริมชั้นยูโรท็อปเพิ่มความหนาอีก 2 นิ้ว ทำให้ที่นอนมีความนุ่มมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังระบายอากาศได้เพราะเลือกใช้นวัตกรรมแบบผ้ารังผึ้ง เหมาะกับอากาศของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะทำให้นอนได้เย็นสบายไม่เหงื่อออกระหว่างการนอนหลับส่งผลต่อประสิทธิภาพการนอน พักผ่อนยาวนานตลอดทั้งคืน

นอกจากนี้ยังมีการใส่ Support Foam เพิ่มเข้ามาซึ่งจะช่วยเรื่องการกระจายน้ำหนักได้เป็นอย่างดี บวกกับยูโรท็อปที่ลดแรงกระแทกเข้ากับสรีระของร่างกายปรับการนอนให้กระดูกสันหลังเป็นไปตามแนวที่เหมาะสม เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่เหมาะกับคนที่อยากดูแลสุขภาพ มาพร้อมกับความหรูหรานุ่มสบาย รองรับน้ำหนักได้มากถึง 300 กิโลกรัม โดยที่นอนตัวนี้ขึ้นชื่อเรื่องของการกระจายน้ำหนัก ดังนั้นจึงลดการสั่นไหวได้เป็นอย่างดี

2. Slumberland – รุ่น Presia PS1200

ที่นอนสปริงที่ดีที่สุด 6 ฟุต

ข้อดี
  • ที่นอนหนา 11 นิ้ว 
  • ความนุ่มแน่นปานกลาง 
  • ใช้งานได้ทั้ง 2 ด้าน
  • สปริงพัฒนาพิเศษแข็งแรง ทนทาน 
  • กระจายน้ำหนักได้เป็นอย่างดี 
ข้อข้อเสีย
  • ไม่มีชั้นระบายอากาศ

ที่นอน Slumberland รุ่น PresiaPS1200 เป็นที่นอนแบบสปริงที่ดีที่สุด เพราะออกแบบมาได้ตอบโจทย์กับคนรักสุขภาพเป็นอย่างมาก ใช้งานสปริงซึ่งพัฒนามาเป็นอย่างดี ใช้ระบบ Posture Spring System PS1200 ที่บอกได้เลยว่ามีโครงสร้างแข็งแรงนอนได้แบบเต็มทั้งหลังกระจายน้ำหนักเป็นอย่างดี มีการเสริมด้วยโฟมที่มีความหนาพิเศษเพิ่มอีก 2 ชั้น ดังนั้นจึงมีความหนาทั้งหมด 11 นิ้ว นุ่มแน่นหลับสบายยาวนานตลอดทั้งคืน 

นอกจากนี้ยังใช้ผ้านุ่มแบบเคลือบกันไรฝุ่น มั่นใจได้เลยว่าคนที่เป็นภูมิแพ้สามารถใช้งานที่นอนรุ่นนี้ได้แน่นอน ถ้าวัดระดับความนุ่มแน่นจะอยู่ในระดับปานกลาง 5 เต็ม 9 ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป สามารถใช้งานได้ทั้ง 2 ด้าน ถ้าใครที่กำลังมองหาที่นอนแบบสปริงดี ๆ เลือกซื้อรุ่นนี้ดีที่สุดในปีนี้แน่นอน แข็งแรง ทนทานมาพร้อมกับความนุ่มที่กำลังพอดี แถมยังตอบโจทย์คนที่มีอาการปวดหลังรวมไปถึงคนเป็นโรคภูมิแพ้อีกด้วย

3. Lunio – รุ่น EightRest

ที่นอนไฮบริดที่ดีที่สุด 6 ฟุต

ข้อดี
  • ป้องกันเชื้อรา แบคทีเรีย ไรฝุ่น 
  • ที่นอนหนา 10 นิ้ว
  • สปริงชนิดพิเศษลดแรงสั่นสะเทือน
  • กระจายความเย็นได้เป็นอย่างดี 
ข้อข้อเสีย
  • ทำความสะอาดค่อนข้างยาก

ที่นอนของแบรนด์ Lunio รุ่น EightRest เป็นที่นอนยางพาราพ็อกเก็ตสปริงหนา 10 นิ้ว ซึ่งมาพร้อมกับความสบายในการนอน เพราะใช้วัสดุรองรับ 5 ชั้น เริ่มตั้งแต่การใช้ผ้าหุ้มที่ทำจากเส้นใยคอปเปอร์ซึ่งช่วยจัดการความร้อนได้เป็นอย่างดี ตามด้วยเมมโมรี่โฟมผสมกับคูลเจลเหมาะกับอากาศร้อนของเมืองไทย รวมไปถึงรองรับน้ำหนักได้เป็นอย่างมาก ใช้ชั้นโฟมเพื่อที่จะระบายอากาศและระบายความร้อน ซึ่งเป็นแบบ AirQuanta ทำให้ระบายความร้อนได้เร็วกว่าปกติ 

นอกจากนี้ยังมีพ็อกเก็จสปริงพัฒนาจากขดลวด Adaptive Elite 6.5 นุ่มเด้งและแข็งแรง มาพร้อมกับการป้องกันเชื้อรา ไรฝุ่นและแบคทีเรีย สำหรับรุ่น EightRest เป็นที่นอนไฮบริดที่เหมาะกับประเทศไทยเป็นอย่างมาก เพราะมีเทคโนโลยีที่กระจายความร้อนทำให้หลับสนิทตลอดคืน อีกทั้งยังลดแรงกดทับทำให้หลับลึก มาพร้อมกับคูลเจลและเมมโมรี่โฟมที่ทำให้รู้สึกเย็นสบาย แยกเป็น 5 โซนรองรับสรีระได้ทุกสัดส่วน

4. Woodfield – รุ่น E-Hybrid

ที่นอนยางพาราที่ดีที่สุด 6 ฟุต

ข้อดี
  • ใช้ยางพาราธรรมชาติปราศจากสารเคมี 
  • ที่นอนมีความนุ่มแน่น 
  • รองรับน้ำหนักได้ค่อนข้างมาก
  • ป้องกันไรฝุ่น ลดกลิ่นอับชื้น 
  • ระบายอากาศได้เป็นอย่างดีนอนแล้วไม่ร้อน 
ข้อข้อเสีย
  • มีน้ำหนักมาก

Woodfield รุ่น E-Hybrid เป็นที่นอนซึ่งใช้วัสดุจากยางพาราธรรมชาติดังนั้นจึงมีคุณสมบัติที่ช่วยป้องกันไรฝุ่นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังลดกลิ่นอับชื้นต่าง ๆ ได้ โดยผิวสัมผัสมาพร้อมกับความอ่อนนุ่มเนื่องจากเลือกใช้ Cotton Knit เป็นชั้นบนสุดไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ใส่ชั้นโฟมพิเศษเพื่อเสริมความยืดหยุ่น สร้างสมดุลในการใช้งาน รองรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ในผ้าหุ้มมีระบบ Anti-Stress เพื่อป้องกันจุดกดทับต่าง ๆ 

เลือกซื้อที่นอนยางพารารุ่นนี้มั่นใจได้เลยว่าเป็นรุ่นที่ดีที่สุด เหมาะกับทุกสภาพผิวไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ แถมยังเหมาะกับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้อีกด้วย ผ้าอ่อนโยนต่อผิว ระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ทำให้หลับสบายตลอดทั้งคืน มีการใส่ผ้าชนิดพิเศษเพื่อป้องกันการลื่นของที่นอน แถมยังเป็นรุ่นที่ปราศจากสารเคมีทุกชนิด เหมาะสำหรับการใช้งานทุกช่วงวัยพักผ่อนได้อย่างเต็มที่

5. Zinus – รุ่น Flossie

ที่นอนเมมโมรี่โฟมที่ดีที่สุด 6 ฟุต

ข้อดี
  • ที่นอนชาเขียวปราศจากสารเคมี 
  • ป้องกันเชื้อราและแบคทีเรีย 
  • ระบายอากาศได้เป็นอย่างดี
  • นุ่มนอนแล้วไม่ทำให้ปวดหลัง 
  • รองรับน้ำหนักได้เยอะ
ข้อข้อเสีย
  • ไม่มีเทคโนโลยีคูลเจล

ที่นอนเมมโมรี่โฟมของแบรน์ Zinus รุ่น Flossie ถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าที่นอนชาเขียว เป็นรุ่นที่มาพร้อมกับความนุ่มเป็นอย่างมาก ความสูงทั้งหมด 20 เซนติเมตร โดยจะถูกแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ชั้นจัดวางวัสดุเป็นอย่างดีสร้างความสมดุลให้กับการนอน ชั้นบนสุดมีขนาด 5 เซนติเมตรเป็นกรีนทีเมมโมรี่โฟม ชั้นกลางเป็นโฟมนวัตกรรมพิเศษของ Zinus มาพร้อมกับการใส่รูระบายอากาศมีความหนา 5 เซนติเมตร และชั้นล่างสุดจะเป็นโฟม Body Zense ที่มีความหนาทั้งหมด 10 เซนติเมตร

โดยที่นอนรุ่น Flossie มาพร้อมกับความนุ่มสบาย หมดปัญหาเรื่องของการพลิกตัว แถมยังไม่ทำให้เกิดอาการเหน็บชา พักผ่อนได้เต็มที่ หลับสบายยาวนานตลอดทั้งคืน มีการใช้นวัตกรรมที่ช่วยลดแรงกดทับ แก้ปัญหาอาการปวดหลัง เลือกใช้เมมโมรี่โฟมชาเขียววัสดุจากธรรมชาติ ลดกลิ่นอับได้เป็นอย่างดี แถมยังป้องกันเชื้อราและแบคทีเรียได้อีกด้วย

6. Home Best – รุ่น Tempure

ที่นอน 6 ฟุต ราคาไม่เกิน 5,000 บาท

ข้อดี
  • ป้องกันไรฝุ่น เหมาะกับผู้ที่เป็นภูมิแพ้
  • รองรับน้ำหนักได้เยอะ
  • นุ่มสบายหลับสนิทตลอดคืน 
  • ราคาไม่แพง 
  • ระบายอากาศได้เป็นอย่างดี
ข้อข้อเสีย
  • ไม่มีเทคโนโลยีดูดซับความชื้น

สำหรับที่นอนของแบรนด์ Home Best รุ่น Tempure เป็นรุ่นที่มาพร้อมกับราคาไม่แพง วัสดุหนา 9 นิ้ว โดยมีการออกแบบอย่างดีหุ้มชั้นนอกด้วยผ้าคอตตอนนิท  แจ็คการ์ด มีการปรับสมดุลด้วยโฟมแบบ HD ที่มีความนุ่มเป็นอย่างมาก แถมยังอัดแน่นไปด้วย ECCP ใส่สปริงที่รองรับน้ำหนักได้เยอะ เป็นที่นอนยางพาราที่ระบายอากาศได้เป็นอย่างดีนอนแล้วไม่ร้อนอย่างแน่นอน 

ที่สำคัญยังออกแบบให้เข้าสรีระของร่างกายช่วยดลอาการปปวดหลัง ไม่มีการใส่สารอันตราย แถมยังให้สัมผัสที่นุ่มนวลตลอดการนอนหลับ ลดแรงกดทับและช่วยให้เลือดไหลเวียนเป็นอย่างดี ป้องกันไรฝุ่นเหมาะกับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้เป็นอย่างมาก สำหรับที่นอนตัวนี้จะมี ECCP 2 ชั้นลดการสั่นสะเทือนได้อีกด้วย พลิกตัวได้อย่างสบายใจ เรียกว่าครบครันทุกอย่างแต่มาพร้อมกับราคาย่อมเยาว์จับต้องได้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นที่นอนยางพาราแท้ 100% เลย 

เคล็ดลับในการซื้อที่นอน 6 ฟุต

เคล็ดลับในการซื้อที่นอน 6 ฟุต

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนซื้อที่นอน?

ถ้าหากมีคำถามว่า ที่นอน 6 ฟุตยี่ห้อไหนดี สิ่งแรกที่เราต้องรู้ก่อนเลยว่าเราต้องการคุณสมบัติอะไรบ้าง เพราะที่นอนที่ดีที่สุดก็คือ รุ่นที่สามารถตอบโจทย์ของเราได้ทั้งหมดทุกอย่างในแบบที่ต้องการ โดยการพิจารณาเลือกต้องเริ่มต้นตั้งแต่เรื่องของงบประมาณ ควรเลือกที่นอนที่ราคาอยู่ในงบประมาณที่วางเอาไว้ เพื่อที่จะได้สิ่งที่ดีที่สุดในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป

นอกจากนี้การเลือกวัสดุดของที่นอนก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ เพราะในปัจจุบันจะมีวัสดุค่อนข้างหลากหลาย ทั้งที่นอนที่ทำจากเมมโมรี่โฟม ที่นอนแบบสปริง ที่นอนยางพารา ที่นอนไฮบริด โดยวัสดุดต่าง ๆ ก็จะมีอายุการใช้งานและราคาที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีต่าง ๆ ให้เลือก เช่นการยับยั้งการเกิดเชื้อโรค หรือเทคโนโลยีคูลเจลที่เหมาะกับอากาศของประเทศไทย เหมาะกับคนที่มีเหงื่อออกตอนนอนบ่อยเป็นอย่างมาก

การเลือกที่นอนให้แน่น นอนยังไง?

นอนหงาย

ถ้าหากเป็นคนที่ชอบนอนหงายที่นอนที่ดีที่สุดคือที่นอนที่มีความแน่นปานกลางไม่นุ่มหรือแข็งจนเกินไป เพราะว่าถ้าหากนุ่มหรือแข็งเกินไปอาจทำให้มีอาการปวดบริเวณต้นคอ โดยอาจเลือกเป็นที่นอนที่ใช้วัสดุจากยางพาราหรือเมมโมรี่โฟม

นอนคว่ำหน้า

ถ้าหากเป็นคนที่ติดนอนคว่ำที่นอนที่เหมาะที่สุดคือที่นอนที่มีความหนาแน่น เพราะว่าท่านอนคว่ำอวัยวะทั้งหมดจะถูกกดทับด้วยกระดูกสันหลัง ดังนั้นถ้าหากที่นอนนุ่มเกินไปจะทำให้รู้สึกไม่สบายตัวได้ โดยอาจเลือกที่นอนที่ทำด้วยวัสดุจากยางพาราและเมมโมรี่โฟมแบบแน่นอน 

นอนตะแคง

คนที่นอนตะแคงน้ำหนักส่วนใหญ่จะอยู่ด้านลำตัวทั้งช่วงสะโพกและไหล่ ดังนั้นการเลือกที่นอนนุ่ม ๆ จะเหมาะสมเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย เช่น ที่นอนแบบสปริง 

ทำความรู้จักที่นอนแต่ละประเภท

เมมโมรี่โฟม

สำหรับที่นอนแบบเมมโมรี่โฟมเป็นการใช้วัสดุที่มีการพัฒนามาเป็นพิเศษ ซึ่งถูกคิดค้นโดยองค์การ NASA เลยทีเดียว ดังนั้นที่นอนเมมโมรี่โฟมจึงรองรับแรงกดทับและแรงสั่นสะเทือนได้เป็นอย่างดี ลดความรบกวนในขณะพลิกตัว ไม่ทำให้คนข้าง ๆ ตื่นขึ้นมากลางดึก ที่สำคัญในบางรุ่นยังมีการใช้เทคโนโลยีคูลเจลซึ่งจะช่วยระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความเย็นทำให้หลับสบายตลอดทั้งคืน 

สปริง

หลาย ๆ คนอาจรู้กันอยู่แล้วว่าเรื่องความนุ่มต้องยกให้ที่นอนแบบสปริงเลย เพราะจะมาพร้อมกับการยืดหยุ่นได้ค่อนข้างดี ราคาไม่แพง แถมยังมีตัวเลือกให้เยอะเป็นอย่างมาก การเลือกซื้อที่นอนแบบสปริง สิ่งสำคัญคือเลือกวัสดุดของผ้าให้ดี เน้นเรื่องของการระบายอากาศและดูดซับความชื้นเป็นหลัก นอกจากนี้อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญก็คือตัวสปริงเพราะจะเป็นตัวที่บ่งบอกถึงคุณภาพ ความทนทาน รวมไปถึงเรื่องอายุการใช้งาน 

ลาเท็กซ์

ที่นอนลาเท็กซ์หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักกันในชื่อที่นอนยางพารา เป็นที่นอนซึ่งทำจากวัสดุจากธรรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จุดเด่นของที่นอนลาเท็กซ์ก็คือการป้องกันเชื้อราและไรฝุ่น เหมาะกับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ แถมยังระบายอากาศได้เป็นอย่างดี โดยในตอนนี้มีการนำที่นอนลาเท็กซ์ไปทำเป็นแบบสปริงและใช้เทคโนโลยีคูลเจลเพิ่มเติมอีกด้วย 

ไฮบริด

ที่นอนไฮบริดจะประกอบด้วยชั้นวัสดุที่ค่อนข้างหลากหลาย มีทั้งสปริง โฟม และลาเท็กซ์ผสมอยู่ด้วยกัน มีการออกแบบให้เข้ากับสรีระร่างกายมนุษย์ รองรับการกดทับได้เป็นอย่างดี ขยับตัวได้อย่างสบาย แถมยังระบายอากาศได้ดี เหมาะกับผู้ที่มีอากาศปวดหลัง ไม่นุ่มหรือแน่นจนเกินไป

Best 6 Foot Mattress

คำถามและคำตอบ

คุณควรเปลี่ยนที่นอนบ่อยแค่ไหน?

สำหรับการเปลี่ยนที่นอนจะขึ้นอยู่กับการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งอายุการใช้งานของที่นอนแต่ละรุ่นหรือแต่ละแบรนด์จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ในการทำ สำหรับบางรุ่นจะมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 10 ปีเลยทีเดียว แต่การดูว่าควรเปลี่ยนที่นอนช่วงไหน สิ่งสำคัญคือดูจากการยุบตัวเป็นหลัก ซึ่งถ้าหากที่นอนยุบแล้วไม่คืนตัว หรือมีกลิ่นอับ มีคราบฝั่งลึกแบบที่จัดการได้ยากก็ควรที่เปลี่ยน

ความหนาของที่นอนสำคัญไหม?

จากผลการวิจัยมีการระบุเอาไว้ว่าความหนาของที่นอนเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากที่นอนซึ่งมีความหนาจะยิ่งรองรับน้ำหนักและแรงกระแทกต่าง ๆ ได้ค่อยข้างมาก ดังนั้นการเลือกซื้อจึงควรมีความหนาตั้งแต่ 6 นิ้วเป็นต้นไป เพื่อป้องกันอาการปวดหลังที่อาจจะเกิดตามมา แต่ในเรื่องของความหนาที่พอเหมาะจะขึ้นอยู่กับช่วงวัยเป็นหลัก ถ้าหากเป็นวัยเด็กที่นอนนิ่มจะทำให้หลับได้อย่างยาว ที่นอนที่มีความหนาเยอะจะทำให้ง่ายต่อการขยับตัวมากกว่า  

Photo of author

Ratanaporn

รัตนาภรณ์เป็นคนรักสัตว์เลี้ยงที่เติบโตขึ้นมาในฟาร์มพ่อแม่ของเธอในภาคเหนือของประเทศไทย ปัจจุบันเธออาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ และเขียนรีวิวผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง รัตนาภรณ์ประสบความสำเร็จในธุรกิจดูแลสุนัขด้วยความรักสัตว์