ไดร์เป่าผม ยี่ห้อไหนดี แห่งปี

10 ไดร์เป่าผม ยี่ห้อไหนดี แห่งปี 2022

สำหรับไดร์เป่าผมนับว่าเป็นไอเทมคู่กายที่สาวผมยาวจำเป็นต้องมีเลย ซึ่งช่วยสร้างความสะดวกสบายเป็นอย่างมากใช้ระยะเวลาไม่นานก็ทำให้ผมแห้งได้อย่างรวดเร็วแล้ว แต่ในปัจจุบันไดร์เป่าผมก็มีการพัฒนาออกมาหลากหลายรูปแบบซึ่งมีฟังก์ชั่นที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นจึงทำให้การเลือกซื้อไดร์เป่าผมเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงตัวเลือกหลากหลายอย่าง ซึ่งถ้าหากใครที่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะซื้อ ไดร์เป่าผมยี่ห้อไหนดี เราก็รวบรวมตัวที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานแต่ละด้านมาฝากทุกท่านแล้วจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยดีกว่า 

เครื่องเป่าผมยี่ห้อไหนดี: 10 อันดับแรกของปี 2022

ไดร์เป่าผมโดยรวมที่ดีที่สุด

Dyson – HD03

ข้อดี

  • ดีไซน์หรูหราใช้งานน่าหยิบมาใช้งาน 
  • มีคุณสมบัติที่ช่วยป้องกันความร้อนไม่ให้ถูกเส้นผมมากจนเกินไป
  • ปรับความแรงของลมได้ 3 ระดับ
ข้อข้อเสีย

  • ด้ามจับมีฝุ่นติดเข้าไปได้ง่าย 

สำหรับไดร์เป่าผมของยี่ห้อ Dyson รุ่น HD03 ต้องยกให้เป็นรุ่นที่มีคุณสมบัติโดยรวมดีที่สุดเลยเนื่องจากมีการออกแบบมาเป็นพิเศษด้วยดีไซน์ที่ดูหรูหราสมกับราคาที่ค่อนข้างสูง แต่คุณสมบัติต่างๆก็ใส่มาให้อย่างจัดเต็มทั้งเรื่องของการป้องกันความร้อนไม่ให้สูงจนเกินไปซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายกับเส้นผม นอกจากนี้ยังเป็นไดร์ที่สามารถปรับทิศทางของลมได้ตามที่ต้องการอีกด้วยเพราะสามารถหมุนได้แบบ 360 องศาเลยทีเดียว 

การใช้งานก็ทำได้ง่ายเพราะมีปุ่มปรับระดับแค่เพียง 4 ปุ่มเท่านั้น สามารถปรับความแรงของลมได้ทั้งหมด 3 ระดับ โดยมีระดับที่เหมาะกับทุกสภาพผมเลยทีเดียว โดยความแตกต่างจากยี่ห้อก็คือไดร์เป่าผมของ Dyson จะมาพร้อมกับการกักกเก็บความชุ่มชื้นไว้ให้เส้นผมดูนุ่มสลวยไม่แห้งจนเกินไปทำให้ดูเป็นผมที่สุขภาพดีมีชีวิตชีวา ด้ามจับถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีให้จับถนัดมือและลดการสั่นสะเทือน

ไดร์เป่าผมที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทาง

Create Ion- CID-S1600FPGT

ข้อดี

  • เทคโนโลยีที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นของเส้นผม 
  • พกพาได้สะดวกสบาย น้ำหนักเบา พับเก็บได้ 
  • มีระบบสวิงแบบอัตโนมัติกระจายความร้อนได้ทั่วถึง
ข้อข้อเสีย

  • มีความแรงของลมให้เลือกแค่ 2 ระดับ

สำหรับไดร์เป่าผมของยี่ห้อ Create Ion รุ่นนี้เป็นตัวที่เหมาะสำหรับการเดินทางเป็นอย่างมากด้วยความที่สามารถพับเก็บได้ อีกทั้งยังมีน้ำหนักแค่เพียง 605 กรัมเท่านั้นทำให้พกพาไปตามสถานที่ต่างๆได้อย่างสะดวกสบายไม่กินพื้นที่ในกระเป๋า ที่สำคัญยังเป็นรุ่นที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมได้อีกด้วยทำให้เส้นผมดูเงางามมีสุขภาพดี 

สำหรับลมจะสามารถปรับได้ทั้งหมด 2 ระดับ มีระบบปิดเครื่องแบบอัตโนมัติในกรณีที่ไม่ได้ใช้งาน หัวไดร์เป็นแบบสวิงอัตโนมัติกระจายความร้อนได้แบบอัตโนมัติทำให้ผมแห้งได้ไวมากยิ่งขึ้น เป็นรุ่นที่มีกำลังไฟ 1,600 W ตัวเครื่องเป็นสีขาวที่ดูสะอาดตาตัดกับสีทองที่ช่วยเพิ่มมูลค่าได้เป็นอย่างดี ดูสวยหรูและแพงเป็นอย่างมาก ปุ่มปรับระดับกดได้ง่ายแค่เพียงเลื่อนขึ้นลงเท่านั้น อีกทั้งยังให้ความยาวของสายไฟมามากถึง 2 เมตรเลยทีเดียว

ไดร์เป่าผมที่ดีที่สุดสำหรับน้ำหนักเบา

Xiaomi SOOCAS Hair Dryer

ข้อดี

  • น้ำหนักไดร์เป่าผมแค่เพียง 550 กรัม
  • ปรับอุณหภูมิได้ 3 ระดับ
  • ปรับความแรงของลมได้ 3 ระดับ 
  • เทคโนโลยีกักเก็บความชุ่มชื้นของเส้นผม
ข้อข้อเสีย

  • ตัวไดร์พกพาได้ยากไม่สามารถพับเก็บได้

สำหรับใครที่เน้นน้ำหนักไดร์เป่าผมแบบเบาต้องแนะนำไดร์ของยี่ห้อ SOOCAS รุ่น H3S เลยทีเดียว เพราะรุ่นนี้มาพร้อมกับน้ำหนักแค่เพียง 550 กรัมเท่านั้น โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเป็นพิเศษในเรื่องของการดูแลเส้นผมให้ดูสุขภาพดีไม่แห้งและกักเก็บความชุ่มชื้น อีกทั้งยังมีการควบคุมอุณหภูมิให้คงที่อยู่ที่ 57 องศาอยู่ตลอดเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายกับเส้นผม

ที่สำคัญยังเป็นไดร์ที่มีพลังความแรงสูงถึง 1,800 วัตต์สามารถเป่าผมได้แห้งไวมากยิ่งขึ้น ออกแบบมาเป็นพิเศษสามารถหมุนได้ 360 องศา มาพร้อมกับโหมดในการปรับอุณหภูมิได้ทั้งหมด 3 โหมด และสามารถปรับความแรงของลมได้ทั้งหมด 3 ระดับอีกด้วย ตัวเครื่องทำจากวัสดุอลูมิเนียมอัลลอยและ ABS ที่มีความแข็งแรงทนทานต่อการใช้งาน ดีไซน์สวยงามหยิบจับมาใช้ได้ง่ายมีสีให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ สีแดง สีเขียว และสีม่วง

ไดร์เป่าผมราคาประหยัด

Philips – Essential Care HP8120

ข้อดี

  • กำลังไฟ 1,200 วัตต์ประหยัดพลังงานเป็นอย่างมาก
  • ปรับระดับความแรงของลมได้ทั้งหมด 3 ระดับ 
  • ตั้งค่าอุณหภูมิได้ 2 ระดับ 
  • พกพาได้สะดวกสบายสามารถพับเก็บได้
  • ตัวเครื่องน้ำหนักเบาเพียง 600 กรัม 
ข้อข้อเสีย

  • อุณหภูมิไม่ค่อยเย็นจะออกไปทางอุ่นมากกว่า

Philips Essential Care HP8120 เป็นไดร์เป่าผมที่ต้องยกให้ว่าเป็นตัวที่ราคาประหยัดแต่คุณสมบัติดีเป็นอย่างมาก โดยมาพร้อมกับความแรง 1,200 วัตต์ ที่สามารถเป่าผมได้อย่างอ่อนโยน มีการตั้งค่าอุณหภูมิให้สามารถรักษาความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมได้ทำให้ผมดูเงางามเป็นอย่างมาก ที่สำคัญสามารถเลือกปรับระดับความร้อนได้ทั้งหมด 3 ระดับ ด้ามจับใช้งานง่ายสามารถพับเก็บได้อย่างสะดวกสบายเลยทีเดียว 

มาพร้อมขนาดที่เล็กกะทัดรัดเหมาะสมกับการพกพาไปใช้งานตามสถานที่ต่างๆ เป่าผมได้แห้งไวด้วยลมที่อ่อนโยนต่อเส้นผม สามารถเลือกตั้งค่าอุณหภูมิด้วยฟังก์ชั่น Thermo Protect ได้เพื่อให้สามารถใช้อุณหภูมิสูงสุดแต่ไม่ทำร้ายเส้นผม สายไฟความยาว 1.5 เมตรใช้งานได้ง่ายดาย ตัวเครื่องน้ำหนักเบาแค่เพียง 600 กรัมเท่านั้น โดยสามารถตั้งค่าอุณหภูมิได้ทั้งหมด 2 ระดับ

ไดร์เป่าผมที่ดีที่สุดสำหรับจัดแต่งทรงผม ผมดัด

Vivid & Vogue – CRY 190

ข้อดี

  • ปรับอุณหภูมิได้สูงสุด 8 ระดับ
  • ปรับความแรงของลมได้ 6 ระดับ 
  • เทคโนโลยีรักษาความชุ่มชื้นให้ผมและหนังศีรษะ
  • ระบบลมร้อนอัจฉริยะ
ข้อข้อเสีย

  • ตัวเครื่องค่อนข้างหนัก

ไดร์เป่าผมของยี่ห้อ Vivid & Vogue รุ่น CRY 190 เป็นรุ่นที่เหมาะสำหรับการจัดแต่งทรงผมเป็นอย่างมากเนื่องจากมีคุณสมบัติพิเศษหลากหลาย มาพร้อมกับดีไซน์ตัวเครื่องที่ออกแบบมาอย่างเรียบง่ายแต่ดูสวยงามเป็นอย่างมาก มีให้เลือกทั้งหมด 2 สีคือ สีดำ และสีขาว ใช้การปรับและการตั้งค่าด้วยระบบสัมผัสที่ใช้งานได้อย่างง่าย ที่ สามารถปรับอุณหภูมิได้สูงถึง 8 ระดับและสามาระปรับความแรงของลมได้ทั้งหมด 6 ระดับ 

มาพร้อมกับเทคโนโลยี EHD ที่กระจายความร้อนได้อย่างสม่ำเสมอทำให้ผมและหนังศีรษะมีสุขภาพดี จัดแต่งทรงผมได้อย่างง่ายดายแถมยังมีระบบลมร้อนอัจฉริยะที่ควบคุมความร้อนไม่ให้มากจนเกินไปเพื่อป้องกันการทำร้ายเส้นผมอีกด้วย ใช้ขดลวดเป็นรูปตัว V เพื่อให้การกระจายความร้อนมีประสิทธิภาพ และมีเทคโนโลยีที่ปล่อยประจุไออนลบเพื่อช่วยลดอาการผมแห้งและรักษาความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม

ไดร์เป่าผม ดีที่สุดสำหรับ 3 in1

LESASHA  3IN1 – LS1364

ข้อดี

  • สามารถเลือกเปลี่ยนหัวได้ทั้งหมด 3 หัว
  • ฟังก์ชั่น IONIC ลดไฟฟ้าสถิตบนหัว 
  • กักเก็บความชุ่มชื่นได้เป็นอย่างดี 
  • ใช้งานได้ง่าย
ข้อข้อเสีย

  • น้ำหนัก 1.2 กิโลกรัม

ถ้าหากใครที่กำลังมองหาไดร์ที่สามารถใช้งานได้แบบ 3 in 1 เราขอแนะนำ LESASHA รุ่น LS1364 ซึ่งมาพร้อมกับความสวยจบในเครื่องเดียวเพราะว่าเป็นรุ่นที่สามารถเปลี่ยนหัวได้ทั้งหมด 3 หัว มีทั้งหวียืดผมตรง หวีไดร์ผม และหวีสร้างวอลลุ่ม มาพร้อมกับดีไซน์ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดีด้ามจับใช้งานง่ายจับได้ถนัดมืออีกด้วย แถมยังเลือกใช้หัวแปลงที่เคลือบมาเป็นอย่างดีมีคุณสมบัติในการช่วยถนอมเส้นผมและทำให้ผมของทุกท่านดูเงางาม 

เป็นรุ่นที่มาพร้อมกับแกนหมุนอัตโนมัติ 360 องศา ช่วยทำให้ผมดูมีวอลลุ่มแบบเป็นธรรมชาติ ล็อคและกักเก็บความชุ่มชื้นได้เป็นอย่างดี มี IONIC ฟังก์ชั่นที่ช่วยลดไฟฟ้าสถิตไม่ทำให้ผมชี้ฟูอีกด้วย ที่สำคัญยังสามารถปรับความเร็วและความร้อนได้ตามที่ต้องการ น้ำหนักตัวเครื่องหนัก 1.2 กิโลกรัม กำลังไฟ 1,000 วัตต์ซึ่งใช้แล้วประหยัดพลังงานเป็นอย่างมาก

ไดร์เป่าผม ดีที่สุดสำหรับเสียงเบา

Panasonic EH-NA32

ข้อดี

  • ปรับอุณหภูมิได้ 3 ระดับ
  • ปรับความแรงของลมได้ 2 ระดับ 
  • เทคโนโลยีที่ไม่ทำให้ผมชี้ฟู 
  • พับเก็บได้พกพาได้สะดวกสบาย
ข้อข้อเสีย

  • ไม่สามารถเปลี่ยนหัวไดร์ได้

Panasonic EH-NA32-TL เป็นไดร์เป่าผมที่มีเสียงที่เบาเป็นอย่างมาก โดยเป็นรุ่นที่ออกแบบมาด้วยดีไซน์ที่ดูทันสมัยหยิบจับได้ถนัดมือ ตัวเครื่องสามารถพับตรงด้ามจับลงมาได้เหมาะสมแก่การพกพาไปใช้งานได้ตามสถานที่ต่างๆซึ่งสะดวกสบายเป็นอย่างมาก โดยมาพร้อมกับกำลังไฟ 1,600 วัตต์ซึ่งเป่าผมได้แห้งเร็ว อีกทั้งยังสามารถปรับอุณหภูมิได้ 3 ระดับ และยังมีเทคโนโลยี Heat Protection ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ใช้ความร้อนสูงจนเกินไป

สำหรับไดร์เป่าผมรุ่นนี้จะสามารถปรับแรงลมได้ทั้งหมด 2 ระดับ มีเทคโนโลยี Nanoe ที่ช่วยเพิ่มประจุลบให้กับเส้นผมไม่ทำให้ผมดูชี้ฟู อีกทั้งยังใช้เทคโนโลยีที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับหนังศีรษะและเส้นผมอีกด้วย สวิตซ์ใช้งานได้ง่าย แถมด้ามจับของไดร์เป่าผมได้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษให้เข้าได้กับสรีระนิ้วมือเพื่อไม่ให้รู้สึกปวดข้อมือเวลาใช้งาน 

ไดร์เป่าผม ดีที่สุดสำหรับปรับได้หลายระดับ

LESASHA – LS1354

ข้อดี

  • ปรับความเร็วของลมได้ 3 ระดับ 
  • จัดทรงผมให้อยู่ทรงได้ง่าย 
  • ดีไซน์ดูคลาสสิกผสมผสานกับความสวยงามที่ร่วมสมัย 
  • มี Cool shot ที่ช่วยถนอมเส้นผม 
  • มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ
ข้อข้อเสีย

  • ไม่สามารถพับเก็บได้ พกพาไม่ค่อยสะดวกสบาย 

ไดร์เป่าผม LESASHA รุ่น LS1354 เป็นรุ่นที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องของการปรับได้หลายระดับเลยทีเดียว โดยสามารถปรับอุณหภูมิได้สูงสุด 6 ระดับ กำลังไฟ 2,200 วัตต์เป่าผมให้แห้งได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีปุ่ม Cool Shot ที่ช่วยถนอมหนังศีรษะและล็อคให้ผมอยู่ทรงสวยงาม เป็นรุ่นที่มาพร้อมกับความคลาสสิกกับตัวเครื่องสีดำและมีรูปร่างที่ดูสวยงามออกแบบมาเป็นอย่างดี

โดยเป็นไดร์เป่าผมที่สามารถปรับระดับได้แล้วปากไดร์ก็ยังสามารถถอดเปลี่ยนได้อีกด้วยเพื่อให้สามารถเลือกใช้งานได้ตามต้องการ ปรับความแรงของลมได้ทั้งหมด 3 ระดับ มาพร้อมกับระดับความปลอดภัยขขั้นสูงด้วยระบบที่ตัดไฟให้แบบอัตโนมัติในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้น ไดร์เป่าผมยี่ห้อนี้เป็นยี่ห้อที่ถูกออกแบบมาอย่างมีมาตรฐานใช้งานได้อย่างหลากหลายช่วยประหยัดเวลาในการเป่าผมไปได้ตั้งเยอะเลย

ไดร์เป่าผม ดีที่สุดแบบเซนเซอร์

PHILIPS – Hair Dryer BHD510/00_2300 W

ข้อดี

  • ปรับความร้อนได้ทั้งหมด 6 ระดับ 
  • เทคโนโลยี ThermoShield ปรับอุณหภูมิให้เหมาะสม 
  • กระจายความร้อนได้ทั่วถึง 
  • เทคโนโลยี Mineral Lon กักเก็บความชุ่มชื้นให้เส้นผม
ข้อข้อเสีย

  • ตัวไดร์พับเก็บไม่ได้ พกพาไปที่อื่นได้ยาก

สำหรับไดร์เป่าผมที่เราแนะนำว่าดีที่สุดสำหรับแบบเซนเซอร์จะต้องเป็นของยี่ห้อ PHILIPS เลยทีเดียว สำหรับรุ่น BGD510/00 ที่มาพร้อมกับกำลังไฟ 2,300 วัตต์เป็นรุ่นที่เป่าผมแห้งได้ไวเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี ThermoShield ที่มีเซ็นเซอร์ซึ่งช่วยปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมขณะที่ใช้งาน อุณหภูมิไม่สูงจนเกินไปอีกทั้งยังไม่ทำร้ายเส้นผมอีกด้วย โดยเป็นรุ่นที่สามารถปรับความร้อนได้ทั้งหมด 6 ระดับ 

กระจายลมร้อนได้ทั่วทุกบริเวณทำให้ผมแห้งได้ไวแต่ไม่ทำร้ายเส้นผมอย่างแน่นอน แถมยังใช้เทคโนโลยี Mineral Ion ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม ตัวไดร์ใช้งานได้ง่าย มาพร้อมกับหัวที่เปลี่ยนได้ทั้งหมด 2 หัวอยากที่จะเป่าผมในรูปแบบไหนหรือใช้สำหรับการจัดแต่งทรงผมก็สามารถทำได้ทั้งนั้น ออกแบบมาด้วยสีดำที่ให้ความเรียบง่ายและดูหรูหราเป็นอย่างมาก

ไดร์เป่าผม ดีที่สุดสำหรับช่างทำผม

SUPER V รุ่น SU 3600

ข้อดี

  • วัสดุแข็งแรงทนทานต่อการใช้งาน
  • กำลังไฟ 2,100 วัตต์เป่าผมแห้งได้เร็วมาก
  • ปรับความร้อนได้ทั้งหมด 3 ระดับ
  • ปรับความแรงของลมได้ทั้งหมด 2 ระดับ 
ข้อข้อเสีย

  • เสียงไดร์ขณะใช้งานค่อนข้างดัง

ถ้าอยากรู้ว่าช่างทำผมใช้ไดร์ยี่ห้อไหนเราจะพาไปดูกันว่าไดร์ที่ช่างทำผมเลือกใช้คือของยี่ห้อ SUPER V รุ่น SU3600 มาพร้อมกับดีไซน์ที่คุ้นตาหลายๆท่านอย่างแน่นอนกับสีดำที่ดูเรียบๆ โดยสามารถปรับความเร็วของลมได้ทั้งหมด 2 ระดับ อีกทั้งยังมีระบบตัดเย็นอีกด้วย ที่สำคัญมีระบบ Ion ที่ช่วยลดไฟฟ้าสถิตบนเส้นผมไม่ทำให้ผมชี้ฟู

ผลิตจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน ใช้งานได้อย่างยาวนาน ร้อนเร็ว ร้อนไว ด้วยกำลังไฟ 2,100 วัตต์ทำให้ผมแห้งเร็วเป็นอย่างมาก สามารถปรับระดับความร้อนได้ทั้งหมด 3 ระดับ คือ ร้อนน้อย ร้อนปานกลาง และร้อนมาก และยังมีคุณสมบัติพิเศษที่ป้องกันรังสี ป้องกันการโดนความร้อนลวก ช่วยเพิ่มความงดงามความเปล่งประกายให้ผมดูเงางามชุ่มชื้นสุขภาพดีอยู่

คำแนะนำในการซื้อเครื่องเป่าผม

คำแนะนำในการซื้อเครื่องเป่าผม

คุณสมบัติหลักที่ต้องระวัง

  • เทคโนโลยีไอออนิก ถ้าหากถามว่าซื้อไดร์เป่าผมยี่ห้อไหนดีอย่างแรกที่ควรจะดูก็คือเทคโนโลยีของไดร์เป่าผมซึ่งไอออนิกก็เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มาแรงเป็นอย่างมาก เป็นการปล่อยประจุลบออกมาทำให้ผมลีบแบนเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผมชี้ฟูเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีการกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมทำให้ดูเงางามอีกด้วย โดยสามารถเป่าผมให้แห้งได้อย่างรวดเร็วจัดแต่งทรงผมได้ง่ายมากยิ่งขึ้น 
  • องค์ประกอบความร้อนเซรามิกหรือทัวร์มาลีน สำหรับเทคโนโลยีเซรามิกก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเวลานี้ โดยถ้าหากใครที่กำลังมองหาไดร์เป่าผมดีๆสักเครื่องการที่มีเทคโนโลยีเซรามิกก็น่าสนใจ เพราะเป็นการปล่อยความร้อนแบบที่จะไม่ทำร้ายเส้นผมอีกทั้งยังให้ความชุ่มชื้นกับเส้นผมอีกด้วย ใครที่เป็นคนสระผมบ่อยเป่าผมบ่อยแต่ไม่อยากให้ผมเสียและต้องการได้ผมที่ดูเงางามมีวอลลุ่มองค์ประกอบนี้น่าสนใจสำหรับท่านอย่างแน่นอน
  • กำลังวัตต์และน้ำหนัก เรื่องของกำลังวัตต์ก็เป็นตัวเลือกที่สำคัญโดยควรเลือกไดร์เป่าผมที่มีกำลังวัตต์เพียงพอต่อการใช้งาน โดยถ้าหากเป็นคนผมหนาผมยาวก็ควรเลือกกำลังวัตต์สูงๆเอาไว้ก่อนเพื่อให้สามารถเป่าผมได้แห้งอย่างรวดเร็ว ซึ่งกำลังวัตต์เป็นปริมาณแรงลมที่ปล่อยออกมานั้นเอง นอกจากนี้เรื่องของน้ำหนักก็มีส่วนเป็นอย่างมากสำหรับการตัดสินใจเลือกซื้อไดร์เป่าผมโดยถ้าหากต้องพกพาไปตามสถานที่ต่างๆก็ควรเลือกไดร์เป่าผมที่มีน้ำหนักค่อยข้างเบา โดยไม่ควรเกิน 400 กรัมเป็นน้ำหนักที่กำลังดีต่อการพกพา แต่ถ้าหากใช้งานในบ้านก็ควรที่จะมีน้ำหนักไม่เกิน 1,000 กรัมเพราะการที่ถือไดร์เป่าผมที่มีน้ำหนักมากจนเกินไปจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้เพราะอาจทำให้ปวดกล้ามเนื้อ
  • การตั้งค่าความเร็วและความร้อนได้หลายแบบ การที่สามารถปรับระดับความเร็วความแรงของลมได้จะเป็นทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยสามารถปรับให้เหมาะกับความยาวของผมหรือการใช้งานในตอนนั้นได้ นอกจากนี้การปรับอุณหภูมิได้ก็จะทำให้เลือกได้ว่าต้องการความร้อนระดับไหนซึ่งจะช่วยถนอมเส้นผมได้เป็นอย่างดี เพราะว่าถ้าหากไม่สามารถตั้งค่าได้ในบางครั้งอาจทำให้ไดร์เป่าผมมีความร้อนมากจนเกินไปจนทำให้เกิดความเสียหายกับเส้นผมได้
  • ปุ่มยิงลมเย็น  การที่ไดร์เป่าผมมีปุ่มยิงลมเย็นจะช่วยทำให้ใช้งานได้ตอบโจทย์และดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยสำหรับใครที่อยากถนอมเส้นผมเป็นพิเศษก็สามารถใช้งานปุ่มยิงลมเย็นได้จะทำให้ไม่ต้องเจอแต่ความร้อนเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูสภาพผมที่มีความแห้งเสียได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ยิ่งสำหรับคนที่มีปัญหาผมชี้ฟูการที่มีปุ่มยิงลมเย็นจะช่วยกักเก็ความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมของทุกท่านได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว 
  • ห่วงแขวน  บางคนถ้าหากซื้อไดร์เป่าผมไปใช้ตามร้าน หรือเป็นผู้ที่ชอบจัดของให้เป็นระเบียบการที่ไดร์เป่าผมมีห่วงแขวนก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจและทำให้เก็บได้ง่ายดายเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น โดยสำหรับบางคนที่มีการติดตั้งที่แขวนเอาไว้แล้วก็อยากให้ไดร์เป่าผมมีห่วงแขวนเพื่อสะดวกสบายในการใช้งาน แถมยังสามารถเก็บได้ง่ายหลังจากที่ใช้งานไดร์เป่าผมแล้วยังมีความร้อนอยู่ก็สามารถจับเก็บไดร์เป่าผมได้เลยทันที

เครื่องเป่าผมที่ดีที่สุดสำหรับประเภทของผมของฉันคืออะไร?

ผมบาง

สำหรับใครที่เป็นคนที่มีผมบาง ผมลีบ ผมแบน ไดร์เป่าผมที่จะเลือกใช้ควรเป็นไดร์เป่าผมแบบเซรามิกเนื่องจากมีคุณสมบัติในการช่วยเพิ่มวอลลุ่มให้กับเส้นผมและทำให้ผมดูหนามากยิ่งขึ้น ที่สำคัญยังสามารถจัดแต่งทรงผมได้หลากหลายทรงอีกด้วย อีกทั้งยังมีฟังก์ชั่นที่ปรับระดับความร้อนของไดร์เป่าผมได้ทำให้สามารถเลือกได้ว่าต้องการความร้อนระดับไหนซึ่งทำให้ป้องกันผมเกิดความเสียหายได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว 

ผมหนาหรือยาว

สำหรับคนที่มีผมหนาหรือมีผมยาวไดร์เป่าผมแบบไอออนิกจะเหมาะสมที่สุดเพราะผมหนาจะต้องการความร้อนและความแรงของลมมากกว่าปกติเพราถ้าหากรอให้แห้งเองจะใช้ระยะเวลามากกว่า 30 นาทีเลยทีเดียว ดังนั้นต้องเลือกไดร์เป่าผมแบบไอออนิกที่ทำให้ผมแห้งได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาผมชี้ฟูได้อีกด้วยทำให้ผมคงความชุ่มชื้นและคงความเงางามเอาไว้ได้แถมยังเป่าผมแห้งได้อย่างรวดเร็วทุกสุดจากไดร์เป่าผมทุกรูปแบบ โดยถ้าหากมีผมหนาหรือยาวมากเราขอแนะนำให้เลือกไดร์เป่าผมที่มีกำลังไฟมากกว่า 1,800 วัตต์เป็นต้นไป

การต่อผม

ถ้าหากต่อผมมาไดร์เป่าผมที่เหมาะสมกับการใช้งานก็คือไดร์ที่สามารถตั้งค่าความร้อนได้เพราะว่าถ้าหากกำลังวัตต์มากจนเกินไปจะทำให้ผมได้รับความเสียหายได้ยิ่งผมที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษก็ต้องเลือกไดร์เป่าผมที่มีคุณสมบัติที่จะช่วยถนอมเส้นผมได้ โดยการที่สามารถปรับระดับความร้อนได้จะทำให้ดูดซับความร้อนต่างๆได้เป็นอย่างดี ปกป้องและฟื้นฟุผมให้มีความสมดุลและดูเงางามอยู่ตลอด ซึ่งถ้าหากเป็นกำลังวัตต์ที่เหมาะสมก็คือตั้งแต่ 1,200 วัตต์เป็นต้นไป

ไดร์เป่าผมต้องทรงพลังขนาดไหน?

ความทรงพลังของไดร์เป่าผมจะขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละท่านว่าจะนำไปใช้งานในด้านไหน โดยถ้าหากมีผมยาวผมหนาก็จะต้องใช้ไดร์เป่าผมที่มีความทรงพลังมากเป็นพิเศษ แต่ถ้าหากว่าเป็นผมบางผมเรียบตรงอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องใช้ไดร์เป่าผมที่มีความทรงพลังมาก ดังนั้นการที่จะเลือกว่าใช้ไดร์เป่าผมรูปแบบไหน กำลังวัตต์เท่าไหร่สิ่งสำคัญก็คือการดูสภาพเส้นผมของแต่ละท่านกันให้ดีก่อนเพื่อให้สามารถเลือกไดร์เป่าผมได้เข้ากับเส้นผมของท่านมากที่สุด

Best Hair Dryer

คำถามและคำตอบ

มืออาชีพใช้ไดร์เป่าผมอะไร?

ส่วนใหญ่ไดร์เป่าผมที่มืออาชีพใช้จะเป็นไดร์เป่าผมที่มีกำลังวัตต์สูง ความแรงของลมปรับได้หลากหลายระดับ และสามารถปรับความร้อนได้หลายรูปแบบ เนื่องจากมืออาชีพจะมีทรงผมที่ต้องทำหลากหลายรูปแบบดังนั้นจึงต้องเป็นไดร์ที่สามารถใช้งานได้อย่าครอบคลุมทำทรงผมออกมาได้หลากทรง ดังนั้นถ้าหากใครที่อยากซื้อไดร์เป่าผมตามมือชีพอาจจะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าด้วยคุณสมบัติ คุณภาพ และการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบจะทำให้มีราคาที่สูงขึ้นตาม

ไดร์เป่าผมเป็นอันตรายต่อเส้นผมหรือไม่?

หลายๆคนอาจเคยได้ยินว่าไม่ควรให้เส้นผมโดยความร้อนมากจนเกินไปเพราะจะทำให้ผมแห้งเสียและเกิดการชี้ฟูได้ ซึ่งทั้งหมดที่ได้กล่าวไปเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าหากว่าจะเลือกใช้ไดร์เป่าผมสักอันควรเลือกที่มีฟังก์ชั่นกำหนดอุณหภูมิได้และที่มีฟังก์ชั่นในการถนอมเส้นผม กักเก็บความชุ่มชื้นของเส้นผมและหนังศีรษะเนื่องจากฟังก์ชั่นต่างๆที่เราได้กล่าวไปจะทำให้ไดร์เป่าผมถนอมและไม่เป็นอันตรายต่อเส้นผมอีกด้วย 
ดังนั้นถ้าหากถามว่าไดร์เป่าผมเป็นอันตรายต่อเส้นผมหรือไม่ก็จะขึ้นอยู่กับว่าเป็นไดร์เป่าผมรูปแบบไหนถ้าหากไม่สามารถควบคุมความร้อนได้ก็จะเป็นอันตรายต่อเส้นผม ถ้าหากว่าควบคุมความร้อนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีคุณสมบัติในการถนอมเส้นผมก็ไม่เป็นอัตรายอย่างแน่นอน

Table of Contents:

We Review
Scroll to Top